| รหัสโครงการ : | R000000700 |
| ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) : | โครงการ Pure Plus: หัวเชื้อจุลินทรีย์กลายพันธุ์ด้วยเทคนิคพลาสมาพลังงานต่ำ เพิ่มประสิทธิภาพการหมักวัตถุดิบทางการเกษตรเพื่อผลิตอาหารสัตว์ สำหรับทดลองใช้จริงกับฟาร์มไก่เนื้อ |
| ชื่อโครงการ (ภาษาอังกฤษ) : | |
| คำสำคัญของโครงการ(Keyword) : | - |
| หน่วยงานเจ้าของโครงการ : | คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม > ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาเกษตรศาสตร์ แขนงวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ |
| ลักษณะโครงการวิจัย : | โครงการวิจัยเดี่ยว |
| ลักษณะย่อยโครงการวิจัย : | ไม่อยู่ภายใต้แผนงานวิจัย/ชุดโครงการวิจัย |
| ประเภทโครงการ : | โครงการวิจัยใหม่ |
| สถานะของโครงการ : | propersal |
| งบประมาณที่เสนอขอ : | 85000 |
| งบประมาณทั้งโครงการ : | 85,000.00 บาท |
| วันเริ่มต้นโครงการ : | 01 กันยายน 2565 |
| วันสิ้นสุดโครงการ : | 01 มกราคม 2566 |
| ประเภทของโครงการ : | งานวิจัยประยุกต์ |
| กลุ่มสาขาวิชาการ : | เกษตรศาสตร์ |
| สาขาวิชาการ : | สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา |
| กลุ่มวิชาการ : | อุตสาหกรรมเกษตร |
| ลักษณะโครงการวิจัย : | ไม่ระบุ |
| สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์ : | สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์ |
| สร้างความร่วมมือประหว่างประเทศ GMS : | ไม่สร้างความร่วมมือทางการวิจัยระหว่างประเทศ |
| นำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : | นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาณภาพการศึกษา |
| เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต : | เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต |
| ความสำคัญและที่มาของปัญหา : | การเลี้ยงไก่เนื้อมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีการผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ การผลิตไก่เนื้อในปัจจุบันใช้ระยะในการเลี้ยงสั้นและมีการพัฒนาระบบการผลิตไปอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการปรับปรุงสายพันธุ์ ด้านอาหารเพื่อลดต้นทุนรวมถึงการเสริมเทคโนโลยีชีวภาพต่าง ๆ เพื่อมีประสิทธิภาพการผลิตให้มีผลกำไรสูงสุด การเลี้ยงไก่เนื้อมีปัญหาที่สำคัญหลายประการ ปัญหาหนึ่งที่ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรมักประสบ คือ ปัญหาในเรื่องเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในบริเวณเยื่อบุผิวลำไส้ของท่อทางเดินอาหาร ซึ่งซินไบโอติกส์ (synbiotic) หมายถึงการรวมกันของโปรไบโอติกส์ (probiotic) และพรีไบโอติกส์ (prebiotic) (de Verse and Screzenmeir, 2008) โดยโปรไบโอติกส์หรือสารเสริมชีวนะ คือเชื้อจุลินทรีย์มีชีวิต (live microorganism) เช่น Lactobacillus acidophilus,Lactobacillus plantalum, Pidiococcus pentosacius, Saccoromyces cereviceae, Bacilus subtilis, Bacillus likeniformis เป็นต้น ที่สัตว์กินเข้าไปแล้วจะช่วยปรับปรุงและสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารให้เหมาะสมโดยโปรไบโอติกส์จะเจริญเติบโตและสามารถยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรค เพื่อมิให้เชื้อเหล่านั้นเจริญเติบโตได้ในบริเวณเยื่อบุผิวลำไส้ของท่อทางเดินอาหารอีกทั้งยังทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อต่อสู้กับเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายอันนำไปสู่การส่งเสริมสุขภาพของสัตว์ช่วยให้ตัวสัตว์มีปริมาณการกินได้ประสิทธิภาพการใช้อาหารและการเจริญเติบโตเพิ่มมากขึ้น ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันการเพิ่มการผลิตกรดไขมันสายสั้นและการควบคุมการทำงานของลำไส้ (Sako et al., 1999) อันเป็นการช่วยส่งเสริมสุขภาพของสัตว์ (Hassanpour et al. 2013) ดังนั้นการทดลองในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้โปรไบโอติกส์ที่ถูกปรับปรุงพันธุกรรมด้วยเทคนิคพลาสมาพลังงานต่ำ ต่อประสิทธิภาพการเจริญเติบโต ลักษณะซากและ ลักษณะทางสัณฐานวิทยาของลำไส้ของไก่เนื้อ ซึ่งหากการทดลองในครั้งนี้มีผลในทางบวกก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสมในการผลิตสัตว์ปีกในอนาคต |
| จุดเด่นของโครงการ : | - |
| วัตถุประสงค์ของโครงการ : | 1.เพื่อศึกษาการใช้ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์หัวเชื้อจุลินทรีย์เพียวพลัสต่อประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของไก่เนื้อ ลักษณะทางสัณฐานวิทยาของลำไส้ไก่เนื้อ ลักษณะซาก และคุณภาพเนื้อ
2.ความพึงพอใจของฟาร์มไก่เนื้อต่อผลิตภัณฑ์หัวเชื้อจุลินทรีย์เพียวพลัส
|
| ขอบเขตของโครงการ : | ทดสอบผลิตภัณฑ์หัวเชื้อจุลินทรีย์ ทั้งแบบผงและแบบน้ำ โดยนำไปผสมในอาหารและน้ำดื่มตามอัตราส่วน ชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์ ทำการทดลองทั้งหมด 42 วัน วัดอัตราการเจริญเติบโต คุณภาพซาก คุณภาพเนื้อ และลักษณะทางสัณฐานวิทยาของลำไส้ไก่เนื้อ |
| ผลที่คาดว่าจะได้รับ : | - |
| การทบทวนวรรณกรรม/สารสนเทศ : | - |
| ทฤษฎี สมมุติฐาน กรอบแนวความคิด : | - |
| วิธีการดำเนินการวิจัย และสถานที่ทำการทดลอง/เก็บข้อมูล : | วิธีการดำเนินงาน
1.การทดสอบผลิตภัณฑ์สำหรับไก่เนื้อ
ใช้ไก่เนื้อ Ross 308 อายุแรกเกิด คละเพศ โดยวางแผนการทดลองแบบแฟคทอเรียล 2 ? 2 แบบสุ่มอย่างสมบูรณ์ (Factorial in CRD) แบ่งการทดลองเป็น 4 ทรีตเมนต์คอมมิเนชั่น จำนวน 4 ซ้ำแต่ละซ้ำมีไก่ 6 ตัว รวมใช้ไก่จำนวนทั้งสิ้น 96 ตัว โดยประกอบด้วย 2 ปัจจัย คือ
ปัจจัย A รูปแบบของจุลินทรีย์ผง 2 ระดับ
ไม่เสริมจุลินทรีย์ผงในอาหาร 0%
เสริมจุลินทรีย์ผงในอาหาร 1%
ปัจจัย B รูปแบบของจุลินทรีย์น้ำ 2 ระดับ
ไม่เสริมจุลินทรีย์รูปแบบน้ำในน้ำดื่ม 0%
เสริมจุลินทรีย์ในน้ำดื่ม 0.25%
โดยสามารถจัดทรีตเมนต์ ได้ดังนี้
กลุ่มการทดลองที่ 1 ไม่มีการเสริมจุลินทรีย์ผง 0% + ไม่มีการเสริมจุลินทรีย์ในน้ำ 0%
กลุ่มการทดลองที่ 2 ไม่เสริมจุลินทรีย์ผง 0% + เสริมจุลินทรีย์ในน้ำดื่ม 0.25%
กลุ่มการทดลองที่ 3 เสริมจุลินทรีย์ผงในอาหาร 1% + ไม่เสริมจุลินทรีย์ในน้ำ 0%
กลุ่มการทดลองที่ 4 เสริมจุลินทรีย์ผงในอาหาร 1% + เสริมจุลินทรีย์ในน้ำดื่ม 0.25%
2. การทดสอบในไก่เนื้อ
การทดลองครั้งนี้ในช่วงระยะแรก 0-3 สัปดาห์ ใช้อาหารสูตรที่ 1 (สูตรการค้า) มีโปรตีน 21 เปอร์เซ็นต์ และช่วงระยะ 4-6 สัปดาห์ ใช้อาหารสูตรที่ 2 (สูตรการค้า) มีโปรตีน 18 เปอร์เซ็นต์ ไก่ทุกตัวได้รับน้ำสะอาดและอาหารแบบเต็มที่ (Full Feeding) วันละ 2 มื้อ มื้อเช้าเวลา 07.00 น. และมื้อเย็นเวลา 16.00 น. ทำการจดบันทึกปริมาณอาหารที่ให้และปริมาณอาหารที่เหลือในทุกวัน และจดบันทึกปริมาณน้ำที่ให้และน้ำเหลือทุกๆวัน เพื่อศึกษาปริมาณน้ำกินต่อตัวต่อวัน และสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อศึกษาความเป็นกรดด่าง
3. การวิเคราะห์คุณภาพ
3.1 ด้านประสิทธิภาพการผลิต
ทำการชั่งน้ำหนักไก่เริ่มต้นในการทดลองและชั่งทุกทุกสัปดาห์ทำการทดลองรวมระยะเวลาทั้งสิ้น 42 วัน ทำการชั่งน้ำหนักทุกวันเพื่อคำนวณหาอัตราการเจริญเติบโต (ADG) และจดบันทึกปริมาณอาหารไก่ที่ให้ทุกวันเพื่อคำนวณประสิทธิภาพการใช้อาหาร (FCR)
อัตราการเจริญเติบโต (ADG) = (น้ำหนักสุดท้าย-น้ำหนักเริ่มต้น) ? จำนวนวันที่เลี้ยง
ประสิทธิภาพการให้อาหาร (FCR) = น้ำหนักอาหารที่กิน ? น้ำหนักตัวที่เพิ่ม
3.2 ด้านคุณภาพซาก
การเก็บข้อมูลองค์ประกอบของซาก ทำการสุ่มไก่ซ้ำละ 2 ตัว เพื่อฆ่าชำแหละตัดแต่งชิ้นส่วนชั่งน้ำหนักซาก ช่างน้ำหนักชิ้นส่วนและเก็บตัวอย่างลำไส้เล็กเพื่อไปวิเคราะห์ห้องปฏิบัติการต่อไป โดยมีขั้นตอนในการดำเนินงานคือ ให้อดอาหารแต่ให้ไก่กินน้ำสะอาดเป็นเวลา 12 ชั่วโมง หลังจากนั้นทำการชั่งน้ำหนักไก่ที่มีชีวิตหลังจากอดอาหารใช้มีดเชือดคอตรง jugular vein บันทึกข้อมูลน้ำหนักมีชีวิต น้ำหนักซากและน้ำหนักชิ้นส่วนซากเพื่อนำมาคำนวณ เปอร์เซ็นต์ซากและเปอร์เซ็นต์ชิ้นส่วนซาก (สัญชัย, 2543) ประกอบด้วย น้ำหนักมีชีวิต, น้ำหนักซากหลังถอนขน, น้ำหนักซากตัดแต่ง, น้ำหนักชิ้นส่วนตัดแต่ง ประกอบด้วย อก,ปีก,น่อง,สะโพกรวม,สะโพกน่อง,หัว,โครง,เครื่องในรวม,หัวใจ,ตับ,ม้าม,กระเพาะบด
เปอร์เซ็นต์ซาก (%) = (น้ำหนักซากหลังฆ่า ? 100) ? น้ำหนักมีชีวิต
3.3 ด้านคุณภาพเนื้อ
คุณภาพซากและคุณภาพเนื้อตามวิธีการของสุทธิพงศ์และธีรยุทธ (2542) ประกอบด้วยการวัดค่าแรงตัดผ่าน (shear force) โดยนําชิ้นเนื้ออกและสะโพก สุ่มมา 4 ตัวอย่างต่อกลุ่มทดลอง มาต้มในน้ำร้อนจนอุณหภูมิใจกลางเนื้อสุดท้ายที่ 80 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิใจกลางจะถูกควบคุมด้วยเครื่อง Thermocouple จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 2 ชั่วโมง และซับเนื้อให้แห้ง ใช้หัวเจาะ (core) เนื้อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ให้ได้ตัวอย่างประมาณ 5 ชิ้น ทําการวัดค่าแรงตัดผ่านเนื้อโดยเครื่อง wanerbratzler shear force บันทึกข้อมูล และการวัดค่าสีทางกายภาพด้วยเครื่อง Minoltacolor meter โดยอาศัยพื้นฐานของสีหรือการสะท้อนแสง (basis of color/reflectance) สีสามารถอธิบายลักษณะของช่องว่างในภาพสามมิติหรือของแข็งที่สีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยการอธิบายสีของเนื้อให้อยู่ในรูปของ CIEAB หรือ L*,a*, b* โดยที่ L* (Lightness) หมายถึง ความสว่างของสี a* (Redness) หมายถึงแกนสีเขียวไปถึงแดงb*(Yellowness) หมายถึงแกนสีน้ำเงินไปถึงสีเหลืองการวัดค่าการสูญน้ำเนื่องจากการแช่เย็น (Waterloss after storage) ของเนื้อตามวิธีการของ Honickel (1987) อ้างโดยสัญชัย (2543) คือ นําเนื้ออกและสะโพกสุ่มมา 4 ตัวอย่างต่อกลุ่มมาซับให้แห้งชั่งน้ำหนักเนื้อจากนั้นห่อเนื้อด้วยผ้าก๊อต แล้วใส่ถุงแขวนทิ้งไว้ในตู้เย็น อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส นาน 48 ชั่วโมงจากนั้นนําออกจากถุงซับให้แห้งแล้วชั่งน้ำหนักเนื้อ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากการสูญเสียก่อนและหลังแช่เย็น
3.4 ด้านสัณฐานวิทยา
สุ่มไก่ที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกันจำนวน 16 ตัว เพื่อทำการการุณยฆาตด้วยวิธีการใช้มีดที่คมเชือดที่คอตรงบริเวณ jugular vein ปล่อยให้เลือดไหลออก มีภาชนะรองรับและเก็บไม่ให้ปนเปื้อน ตามหลักการการุณยฆาต (Euthanasia) ทางกายวิภาค (AVMA Guidelines for the Euthanasia of Animals 2020 Edition , 2020) ทำการลวกน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 58 oC ถอนขน เอาอวัยวะ เครื่องในออก แช่ในห้องเย็นอุณหภูมิ 4 oC เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นนำส่วนของลำไส้ทั้งหมดเพื่อทำการเก็บตัวอย่างเพื่อใช้ในการศึกษาทางด้านลักษณะทางสัณฐานวิทยาของลำไส้มีขั้นตอนดังนี้
1. ทำการเก็บตัวอย่างลำไส้เล็กทั้ง 3 ส่วน ความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ซึ่งประกอบด้วย ส่วนต้น (duodenum) ส่วนกลาง (jejunum) และส่วนปลาย (ileum) บริเวณลำไส้เล็กส่วนต้น โดยทำการเก็บตัวอย่างบริเวณจุดกึ่งกลางของส่วนที่เชื่อมต่อกับกระเพาะบด ไปจนถึง Bile duct entry และจุดกึ่งกลางจากตำแหน่งนี้ไปจนถึง Meckel’s diverticulum จะถือ ว่าเป็นตัวอย่างลำไส้เล็กส่วนกลาง ในขณะที่ลำไส้เล็กส่วนปลายจะเก็บตัวอย่างบริเวณ Distal end of lower ileum มีตำแหน่งห่างจากจุด Ileocecal junction ประมาณ 10-12 เซนติเมตร
2. หลังจากนั้นทำการล้างสิ่งเหลือภายในลำไส้ด้วยสารละลาย Normal Saline 0.9 เปอร์เซ็นต์นำตัวอย่างบรรจุลงในขวด แก้วที่มีสารละลายบัฟเฟอร์ฟอร์มาลิน 10 เปอร์เซ็นต์ (สารละลาย 1 ลิตร ประกอบด้วย ฟอร์มัลดีไฮด์ ที่มีความเข้มข้น 37- 40 เปอร์เซ็นต์ 100 มิลลิลิตร โซเดียมไดไฮโดรเจนฟอสเฟตโมโนไฮเดรต 1.683 กรัม และไดโซเดียมไฮโดรเจนฟอสเฟตแอนไฮดรัส 5.836 กรัม) เพื่อเป็นการเก็บรักษาเนื้อเยื่อให้คงสภาพ นำขวดเก็บตัวอย่างไปเก็บไว้ในตู้แช่เย็น ที่อุณหภูมิ 4 oC ตามวิธีการของ Incharoen et al. (2013) จากนั้นส่งตัวอย่างทั้งหมดเพื่อทำสไลด์ที่ บริษัท เวท ซุปพีเรีย คอนซัลแตนท์ จำกัด ต่อไป
|
| คำอธิบายโครงการวิจัย (อย่างย่อ) : | - |
| จำนวนเข้าชมโครงการ : | 3 ครั้ง |