รายละเอียดโครงการวิจัย
กลับไปหน้าโครงการวิจัยทั้งหมด

รหัสโครงการ :R000000691
ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) :การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคมของโครงการที่ได้รับทุนจากกองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์ ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
ชื่อโครงการ (ภาษาอังกฤษ) :Social Return on Investment of Projects Funded By The Nakhon Sawan Rajabhat University Research Fund In Science and Technology For Fiscal 2023
คำสำคัญของโครงการ(Keyword) :การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคม , โครงการ , ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
หน่วยงานเจ้าของโครงการ :คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
ลักษณะโครงการวิจัย :โครงการวิจัยเดี่ยว
ลักษณะย่อยโครงการวิจัย :ไม่อยู่ภายใต้แผนงานวิจัย/ชุดโครงการวิจัย
ประเภทโครงการ :โครงการวิจัยใหม่
สถานะของโครงการ :propersal
งบประมาณที่เสนอขอ :100000
งบประมาณทั้งโครงการ :100,000.00 บาท
วันเริ่มต้นโครงการ :08 พฤษภาคม 2568
วันสิ้นสุดโครงการ :07 มกราคม 2569
ประเภทของโครงการ :งานวิจัยประยุกต์
กลุ่มสาขาวิชาการ :สังคมศาสตร์
สาขาวิชาการ :สาขาเศรษฐศาสตร์
กลุ่มวิชาการ :อื่นๆ
ลักษณะโครงการวิจัย :ไม่ระบุ
สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์ : ไม่สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์
สร้างความร่วมมือประหว่างประเทศ GMS : ไม่สร้างความร่วมมือทางการวิจัยระหว่างประเทศ
นำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา :ไม่นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาณภาพการศึกษา
เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต : เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต
ความสำคัญและที่มาของปัญหา :ในยุคที่การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ การลงทุนในงานวิจัยและนวัตกรรมถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น มีหน้าที่สนับสนุนการสร้างองค์ความรู้และการวิจัยเพื่อตอบสนองความต้องการของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การจัดสรรทรัพยากรในการวิจัยยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ เนื่องจากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเป็นต้องถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ได้สนับสนุนโครงการวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวนมาก โดยมุ่งหวังให้โครงการเหล่านี้สามารถตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การประเมินผลกระทบของโครงการเหล่านี้ยังคงเน้นเพียงตัวชี้วัดทางวิชาการ เช่น จำนวนงานวิจัยที่ตีพิมพ์ หรือการพัฒนานวัตกรรม แต่ยังขาดการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถแสดงให้เห็นถึงมูลค่าทางสังคมที่แท้จริงของโครงการ การประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) เป็นแนวทางที่ใช้วัดผลกระทบเชิงสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินโครงการ โดยเปลี่ยนผลกระทบเหล่านั้นให้เป็นตัวเลขทางการเงินเพื่อให้เห็นความคุ้มค่าของการลงทุนในมิติที่หลากหลาย การวิเคราะห์การประเมินผลตอบแทนทางสังคม ไม่เพียงช่วยให้ผู้จัดการโครงการสามารถวัดประสิทธิภาพของโครงการได้ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในคุณค่าที่โครงการวิจัยนำมาสู่ชุมชน ปัญหาหลักที่พบคือการขาดข้อมูลเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในโครงการวิจัยเหล่านี้สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคมที่ชัดเจนได้หรือไม่ การไม่มีข้อมูลผลตอบแทนทางสังคม (SROI) อาจนำไปสู่การขาดความเชื่อมั่นในการจัดสรรทุนวิจัยในอนาคต และอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนานโยบายที่มุ่งเน้นการสร้างผลประโยชน์สาธารณะ ดังนั้น การศึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคม SROI ของโครงการที่ได้รับทุนจากกองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่เพื่อประเมินความคุ้มค่าของโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว แต่ยังเพื่อวางรากฐานให้กับการวางแผนการจัดสรรทุนในอนาคต การวิจัยนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ และส่งเสริมให้โครงการวิจัยสามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
จุดเด่นของโครงการ :-
วัตถุประสงค์ของโครงการ :1. เพื่อวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ของโครงการที่ได้รับทุนจากกองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ขอบเขตของโครงการ :1. กลุ่มตัวอย่าง: โครงการวิจัยที่ได้รับทุนจากกองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 5 โครงการ 2. ระยะเวลา: โครงการที่ดำเนินการในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และสามารถรวบรวมข้อมูลที่มีผลกระทบในระยะยาวได้ 3. พื้นที่ศึกษา: โครงการที่ได้รับทุนในพื้นที่ เขตจังหวัดนครสวรรค์และอุทัยธานี
ผลที่คาดว่าจะได้รับ :1. การประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในโครงการวิจัย ที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์จัดสรรงบประมาณและทุนวิจัยให้ 2. แนวทางการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการทุนวิจัย เพื่อให้สามารถประเมินประสิทธิภาพของการใช้ทุนวิจัยที่ได้รับ ว่ามีผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างไร 3. การเพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโครงการวิจัย ที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์จัดสรรงบประมาณและทุนวิจัย 4. ได้การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในด้านการวิจัยและการประเมินผล 5. ได้มาตรฐานการประเมินผลกระทบของโครงการวิจัย
การทบทวนวรรณกรรม/สารสนเทศ :งานวิจัยด้านแนวคิด ทฤษฎี และระเบียบวิธี SROI แนวคิด ทฤษฎี และระเบียบวิธีของการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) พัฒนามาจากงานสำคัญขององค์กรในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะเอกสารมาตรฐานของ NEF และ UK Cabinet Office ที่ได้วาง “หลักการ 7 ประการของ SROI” และกำหนดขั้นตอนการวิเคราะห์ 6 ขั้นตอนอย่างชัดเจน ตั้งแต่การกำหนดขอบเขตและการระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การทำแผนที่ผลลัพธ์ (Impact map) การจัดเก็บหลักฐานของผลลัพธ์และการให้มูลค่าทางการเงินแก่สินทรัพย์ทางสังคม การปรับแก้ปัจจัยภายนอก เช่น deadweight, attribution, displacement และ drop-off ตลอดจนการคำนวณอัตราส่วน SROI และการรายงานผลในรูปแบบที่ผู้กำหนดนโยบายและผู้บริหารสามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้ เอกสารฉบับนี้จึงถือเป็นฐานทฤษฎีและระเบียบวิธีหลักที่ทำให้ SROI ถูกใช้อย่างแพร่หลายในงานวิจัยและงานประเมินโครงการ โดยนักวิจัยจำนวนมากนำกรอบคิดดังกล่าวไปใช้ในการออกแบบขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาแบบจำลอง SROI สำหรับวิทยานิพนธ์และโครงการในสาขาต่าง ๆ ควบคู่กันนั้น บทความของ Better Evaluation ได้ขยายความว่า SROI ไม่ใช่เพียงเทคนิคการคำนวณอัตราส่วน แต่เป็น “แนวทางการประเมิน (approach)” ที่มุ่งผสานคุณค่าทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ กล่าวคือ SROI เน้นให้ผู้วิจัยเริ่มจากการทำความเข้าใจเส้นทางการเปลี่ยนแปลง (Theory of Change) ของโครงการ เพื่อระบุว่าปัจจัยนำเข้า (inputs) และกิจกรรม (activities) นำไปสู่ผลผลิต (outputs) ผลลัพธ์ (outcomes) และผลกระทบ (impacts) อย่างไร บทความยังชี้ให้เห็นข้อดีของ SROI เช่น การเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเปิดพื้นที่ให้เสียงของชุมชนและกลุ่มเปราะบางถูกนำมาคิดเป็น “คุณค่า” และถูกสะท้อนในกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ในขณะเดียวกันก็กล่าวถึงข้อจำกัดที่สำคัญ เช่น ความยากในการหา financial proxies ที่เหมาะสม ความแตกต่างของสมมติฐานเมื่อต้องเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่เป็นนามธรรม และความเสี่ยงในการตีความอัตราส่วน SROI แบบตัวเลขล้วน ๆ โดยไม่พิจารณาบริบท บทความลักษณะนี้จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นกรอบในการวิพากษ์ระเบียบวิธีของงานวิจัยด้าน SROI และช่วยให้ผู้วิจัยระบุช่องว่าง ข้อควรระวัง และข้อเสนอแนะในการออกแบบงานของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ต่อมา Social Value International ได้จัดทำคู่มือ SROI ฉบับปรับปรุง เพื่อยกระดับมาตรฐานการวัดและการบริหารจัดการคุณค่าทางสังคม (Social Value) ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เนื้อหาของคู่มือนี้ไม่ได้เพียงทบทวนหลักการ SROI แต่ยังกำหนดแนวทางการจัดทำรายงาน รูปแบบการนำเสนอข้อมูล และกระบวนการประกันคุณภาพ (assurance) ของรายงาน SROI ให้มีความน่าเชื่อถือ สามารถเปรียบเทียบข้ามโครงการและข้ามประเทศได้ นอกจากนี้ยังเชื่อมโยง SROI เข้ากับมาตรฐานและกรอบงานระหว่างประเทศอื่น ๆ เช่น ดัชนีการรายงานด้านความยั่งยืน (GRI) และมาตรฐานการวัดผลกระทบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Impact Standards) สำหรับนักวิจัย คู่มือนี้จึงเป็น “แหล่งอ้างอิงมาตรฐาน” ที่สามารถใช้เป็นฐานในการกำหนดกรอบการวิจัย ออกแบบคำถามสัมภาษณ์หรือแบบสอบถาม การเลือกตัวชี้วัด และการกำหนดเกณฑ์ประเมินคุณภาพของรายงาน SROI ที่ผลิตจากงานวิทยานิพนธ์หรือโครงการวิจัยเชิงประเมินต่าง ๆ ในบริบทไทย มีการพัฒนาคู่มือและแนวทาง SROI ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น คู่มือ SROI ภาคธุรกิจพลังงานของบริษัท PTTEP ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางภายในในการประเมินผลโครงการ CSR ด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชน เอกสารนี้นำแนวคิด SROI มาปรับใช้ในเชิงปฏิบัติอย่างละเอียด ตั้งแต่การกำหนด input–output–outcome ที่เหมาะกับลักษณะโครงการ CSR การคัดเลือกและคำนวณ financial proxies ที่สะท้อนคุณค่าของผลลัพธ์ในบริบทไทย การคิดมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) การกำหนดอัตราคิดลด (discount rate) ตลอดจนการเชื่อมโยงผลลัพธ์ของโครงการกับเป้าหมาย SDGs และกรอบกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ คู่มือนี้จึงเป็นตัวอย่างเชิงรูปธรรมของ “การประยุกต์ใช้ SROI ในองค์กรธุรกิจไทย” ที่ไม่เพียงแต่แสดงวิธีทำทีละขั้นตอน แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าภาคเอกชนสามารถใช้ SROI เพื่อสื่อสารคุณค่าทางสังคมต่อผู้ถือหุ้น ผู้กำกับดูแล และสาธารณชนได้อย่างเป็นระบบ และสามารถนำมาใช้เทียบเคียงหรือเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาแนวทาง SROI ในโครงการอื่น ๆ ของไทย ทั้งในภาคเกษตร ชุมชน และสถาบันการศึกษาได้ต่อไป งานวิจัยด้านการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ กลุ่มงานวิจัยที่ประยุกต์ใช้ SROI ด้านการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของการลงทุนทางการศึกษาในการสร้าง “ผลตอบแทนทางสังคม” ที่ขยายออกไปไกลกว่าประโยชน์เชิงเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว โดยเริ่มจากงานของสิทธิโสภาสกุล (2018) ซึ่งเป็นหนึ่งในงานวิจัยระดับบุกเบิกที่นำกรอบ SROI มาใช้ประเมิน “โครงการผลิตครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต” สาขาการวัดและประเมินผลการศึกษา งานวิจัยนี้ได้พัฒนาแผนที่ผลกระทบ (impact map) ตัวชี้วัดผลลัพธ์ และตัวแทนมูลค่าทางการเงิน (financial proxies) เพื่อสะท้อนคุณค่าที่เกิดขึ้นต่อบัณฑิต องค์กรนายจ้าง ระบบการศึกษา และสังคมวงกว้าง การวิจัยแบบผสมผสานทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทำให้ผลการวิเคราะห์มีความสมบูรณ์ โดยเฉพาะค่าผลตอบแทนทางสังคม (SROI ratio) ที่สูงกว่า 1 อย่างมาก สะท้อนว่าการลงทุนเพื่อผลิตบุคลากรระดับดุษฎีบัณฑิตด้านการประเมินผลเป็นการลงทุนที่ให้ผลคุ้มค่าและสร้างมูลค่าทางสังคมระยะยาว งานชิ้นนี้จึงถือเป็นกรณีศึกษาตัวอย่างของการประยุกต์ SROI ในระดับอุดมศึกษาอย่างเป็นระบบและลึกซึ้ง ในทิศทางต่อเนื่อง Sitthisopasakul (2021) ได้พัฒนางานต่อยอดด้วยการมุ่งสร้าง “เครื่องมือและตัวชี้วัด SROI” สำหรับหลักสูตรปริญญาเอกโดยเฉพาะ ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ทฤษฎีผสานกับการทดสอบคุณภาพตัวชี้วัด เช่น ความตรง ความเที่ยง และความสามารถในการนำไปใช้ประเมินผล (utility) ส่งผลให้ได้ชุดตัวชี้วัดและ financial proxies ที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถใช้เป็น “มาตรฐานกลาง” สำหรับประเมินคุณค่าทางสังคมของหลักสูตรระดับสูงในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ งานนี้จึงมีบทบาทสำคัญในเชิงวิชาการ เพราะไม่ได้เพียงประเมินโครงการหนึ่งโครงการ แต่พัฒนา “วิธีวิจัย” ที่สามารถนำไปต่อยอดในวงการศึกษาและงานประเมินผลได้อย่างกว้างขวาง ในระดับภูมิภาค งานศึกษาของ Sudhipongpracha และคณะ (2023) ภายใต้ความร่วมมือของ UNFPA ได้ประยุกต์ใช้ SROI เพื่อประเมินโครงการ “Life-Saving Skills for Safe Motherhood” ซึ่งมุ่งเสริมทักษะการช่วยคลอดที่ปลอดภัยให้บุคลากรสาธารณสุขในไทยและลาว การประเมินครอบคลุมทั้งตัวชี้วัดด้านบริการสุขภาพ ทักษะวิชาชีพของผู้ให้บริการ และประสบการณ์ของผู้รับบริการ นอกจากนี้ยังใช้วิธี monetize ผลลัพธ์ที่สำคัญ เช่น การลดอัตราการเสียชีวิตของแม่และทารก การลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว การวิเคราะห์ SROI จึงสามารถสะท้อนคุณค่าเชิงมนุษยธรรมและเชิงระบบที่โครงการสร้างขึ้นได้อย่างจับต้องได้ ผลลัพธ์ที่แสดง SROI สูงจึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ช่วยสนับสนุนการขยายโครงการความร่วมมือใต้–ใต้ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และยืนยันว่าการลงทุนใน “ทักษะสุขภาพที่จำเป็น” เป็นการลงทุนเพื่อสังคมที่มีประสิทธิผลสูง สำหรับมิติของการพัฒนาผู้ประกอบการเยาวชน รายงานการประเมินผลของ JA Europe และ Human Foundation (2019–2024) ได้นำวิธี SROI มาใช้ประเมินโปรแกรม JA Company Programme ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาทักษะผู้ประกอบการสำหรับเยาวชนในยุโรป โดยเก็บข้อมูลจากนักเรียนจำนวนมาก รวมถึงครูและอาสาสมัคร กระบวนการวัดผลเน้นทักษะอ่อน ความรู้ด้านธุรกิจ ความมั่นใจในความสามารถตนเอง และความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน ผลลัพธ์เหล่านี้ถูกแปลงเป็นมูลค่าทางการเงินตามหลัก SROI ทำให้เห็นชัดเจนว่า ทุก 1 ยูโรที่ลงทุนสร้างผลตอบแทนถึง 4.30 ยูโร ในหมู่นักเรียน และ 2.46 ยูโร เมื่อผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของอาสาสมัคร งานวิจัยนี้จึงเป็นตัวอย่างของการใช้ SROI เพื่อประเมิน “การสร้างทุนมนุษย์” ในระดับเยาวชนอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการวัดความเปลี่ยนแปลงด้านทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และเจตคติ ซึ่งมักเป็นผลลัพธ์เชิงนามธรรมที่จับต้องได้ยาก แต่สามารถตีมูลค่าทางสังคมได้ผ่านกรอบคิดของ SROI ดังนั้น งานวิจัยในกลุ่มนี้ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า SROI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการประเมินโครงการด้านเศรษฐกิจหรือสังคมทั่วไป หากยังมีความเหมาะสมและทรงพลังอย่างยิ่งในการประเมินคุณค่าของการศึกษา การพัฒนาทักษะกำลังคน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในแต่ละช่วงวัย ทั้งในระดับมหาวิทยาลัย ระบบสุขภาพ และการพัฒนาเยาวชน โดยทำให้คุณค่าที่เคยมองไม่เห็นกลายเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สามารถนำไปใช้เพื่อขยายผล ตัดสินใจเชิงนโยบาย และออกแบบโครงการเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางสังคมที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต งานวิจัยด้านชุมชน ท้องถิ่น และโครงการ CSR กลุ่มงานวิจัยที่ประยุกต์ใช้ SROI ในบริบทชุมชน ท้องถิ่น และโครงการ CSR แสดงให้เห็นถึงพลังของการประเมินผลตอบแทนทางสังคมในพื้นที่ซึ่งมีความซับซ้อนหลากหลาย ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชน สิ่งแวดล้อม ทุนทางสังคม และคุณภาพชีวิต โดยงานของ Ainuddin และคณะ (2021) เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของโครงการพัฒนาชุมชนของบริษัทเหมือง PT Bukit Asam ในอินโดนีเซีย ซึ่งเน้น “โครงการไม้เสียบเนื้อ” เป็นโครงการนำร่องในการเสริมสร้างรายได้และทักษะอาชีพแก่ชุมชนท้องถิ่น ผ่านการใช้กรอบ SROI แบบ evaluative ที่วิเคราะห์ผลลัพธ์ทั้งรายได้ครัวเรือน การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา และการเสริมสร้างทรัพย์สินทางสังคม ผลการประเมินท
ทฤษฎี สมมุติฐาน กรอบแนวความคิด :-
วิธีการดำเนินการวิจัย และสถานที่ทำการทดลอง/เก็บข้อมูล :1. การกำหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.1 ศึกษาเอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.2 ระบุวัตถุประสงค์หลักในการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคม (SROI) และขอบเขตของโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. การคัดเลือกโครงการวิจัยตัวอย่าง 2.1 เลือกโครงการวิจัยที่ได้รับทุนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบทางสังคม 2.2 พิจารณาความพร้อมของข้อมูลและความเหมาะสมในการวิเคราะห์ SROI 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.1 เก็บข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interviews) และการสำรวจ (Survey) 3.2 รวบรวมข้อมูลจากรายงานโครงการและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น รายงานต้นทุนและผลผลิตของโครงการ 4. การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น 4.1 วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ 4.2 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา เช่น ค่าเฉลี่ยและค่าร้อยละ 5. การคำนวณผลตอบแทนทางสังคม (SROI) 5.1 แปลงผลกระทบทางสังคมเป็นมูลค่าทางการเงินโดยใช้ตัวแทนทางการเงิน (Financial Proxies) 5.2 คำนวณ SROI โดยเปรียบเทียบต้นทุนกับผลตอบแทนทางสังคม 6. การประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้น 6.1 ประเมินผลกระทบทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 6.2 ระบุผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในระยะสั้นและระยะยาว 7. การสรุปผลการวิเคราะห์ 7.1 สรุปผลตอบแทนทางสังคมที่ได้จากโครงการ 7.2 วิเคราะห์ความคุ้มค่าของการลงทุนและข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาโครงการในอนาคต 8. การจัดทำรายงานและเผยแพร่ผลการวิจัย 8.1 จัดทำรายงานผลการวิจัยที่สรุปข้อค้นพบและข้อเสนอแนะ 8.2 นำเสนอผลการวิจัยต่อผู้เกี่ยวข้อง เช่น คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย นักวิจัย และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ 9. การประเมินความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย 9.1 ตรวจสอบความถูกต้องและความเชื่อถือได้ของข้อมูลและผลการวิเคราะห์ 9.2 ใช้เทคนิคการตรวจสอบแบบ Cross-check เพื่อยืนยันความถูกต้อง 10. การพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 10.1 นำผลการวิจัยไปใช้สนับสนุนการกำหนดนโยบายการจัดสรรทุนวิจัย 10.2 เสนอแนวทางปรับปรุงการดำเนินโครงการเพื่อเพิ่มผลตอบแทนทางสังคมในอนาคต
คำอธิบายโครงการวิจัย (อย่างย่อ) :-
จำนวนเข้าชมโครงการ :26 ครั้ง
รายชื่อนักวิจัยในโครงการ
ชื่อนักวิจัยประเภทนักวิจัยบทบาทหน้าที่นักวิจัยสัดส่วนปริมาณงาน(%)
นายปิยะกิจ กิจติตุลากานนท์ บุคลากรภายในมหาวิทยาลัยหัวหน้าโครงการวิจัย50
นางประทานพร คุ้มแก้ว บุคลากรภายในมหาวิทยาลัยผู้ร่วมวิจัย25
นางสาวอริสา คงประยูร บุคลากรภายในมหาวิทยาลัยผู้ร่วมวิจัย25

กลับไปหน้าโครงการวิจัยทั้งหมด