รายละเอียดโครงการวิจัย
กลับไปหน้าโครงการวิจัยทั้งหมด

รหัสโครงการ :R000000681
ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) :การส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ด้วยสื่อมัลติมิเดีย
ชื่อโครงการ (ภาษาอังกฤษ) :Promoting Political Participation Knowledge among Secondary School Students through Multimedia
คำสำคัญของโครงการ(Keyword) :การมีส่วนร่วมทางการเมือง, นักเรียนระดับมัธยมศึกษา , สื่อมัลติมิเดีย
หน่วยงานเจ้าของโครงการ :คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ > สาขาวิชาภาษาต่างประเทศ
ลักษณะโครงการวิจัย :โครงการวิจัยเดี่ยว
ลักษณะย่อยโครงการวิจัย :ไม่อยู่ภายใต้แผนงานวิจัย/ชุดโครงการวิจัย
ประเภทโครงการ :โครงการวิจัยใหม่
สถานะของโครงการ :propersal
งบประมาณที่เสนอขอ :75000
งบประมาณทั้งโครงการ :75,000.00 บาท
วันเริ่มต้นโครงการ :17 พฤศจิกายน 2568
วันสิ้นสุดโครงการ :16 พฤศจิกายน 2569
ประเภทของโครงการ :งานวิจัยประยุกต์
กลุ่มสาขาวิชาการ :สังคมศาสตร์
สาขาวิชาการ :สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
กลุ่มวิชาการ :อื่นๆ
ลักษณะโครงการวิจัย :ไม่ระบุ
สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์ : สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์
สร้างความร่วมมือประหว่างประเทศ GMS : ไม่สร้างความร่วมมือทางการวิจัยระหว่างประเทศ
นำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา :นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาณภาพการศึกษา
เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต : ไม่เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต
ความสำคัญและที่มาของปัญหา :ประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่ให้ความสำคัญกับ “พลเมือง” ซึ่งจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ตั้งแต่วัยเยาว์ การปลูกฝังจิตสำนึกพลเมืองตั้งแต่วัยประถมศึกษาจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างพื้นฐานของประชาธิปไตยที่มั่นคง การมีส่วนร่วมทางการเมืองถือเป็นกลไกพื้นฐานของการดำรงอยู่ในระบอบประชาธิปไตย และการมีบทบาทร่วมกันกำหนดทิศทางของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง การแสดงออกทางความคิดเห็น หรือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ จากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (2565) พบว่า ระดับความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในหลายช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ยังอยู่ในระดับต่ำ ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และกลไกทางการเมืองที่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย มาตรา 7 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 บัญญัติไว้ว่าในกระบวนการ เรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ ความเคารพ กฎหมาย ความเสมอภาค ภารดรภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล ตลอดจนอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มีความ ริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง (สถาบันพระปกเกล้า, 2560) ในขณะที่การพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ จำเป็นต้องเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะในระดับประถมศึกษา ซึ่งเป็นช่วงวัยที่สามารถปลูกฝังความรู้พื้นฐานทางการเมือง จริยธรรมสาธารณะ และทักษะในการคิดวิเคราะห์อย่างเหมาะสมตามวัย หากได้รับการออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับลักษณะของผู้เรียน จะช่วยให้เยาวชนสามารถเติบโตเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพในอนาคต การมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การมีส่วน ร่วมในรูปแบบของกลุ่มผลประโยชน์ การรวมตัวกันของบุคคลเป็นกลุ่มบุคคลหรือองค์กรในสังคม มีเป้าหมายหลักอยู่ที่การรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำาหนดนโยบาย ในด้านการพัฒนาตนเองของ นักเรียนให้เกิดการรักชาติ โดยกำหนดให้แต่ละโรงเรียนต้องจัดการเรียนการสอนที่เน้นกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน ในเรื่องของความเป็นประชาธิปไตย โดยผ่านการเรียนการสอนที่หลากหลายรูปแบบ เช่น ผ่านการเรียนรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผ่านการท ากิจกรรมสภานักเรียน ซึ่งท าให้ในปัจจุบันโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและระดับชั้นมัธยมศึกษา มีการจัดกิจกรรมที่ ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยเพื่อปลูกฝังจิตส านึก ทัศนคติและเจตคติที่ดีของนักเรียนให้ยึดมั่นในวิถีประชาธิปไตยและระบอบการปกครองประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรับ ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นมาโดยตลอด (สำนักงาน คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2542) การวิจัยเรื่อง การส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ด้วยสื่อมัลติมิเดีย จึงมีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่สร้างเสริมความเข้าใจทางการเมืองให้เด็กนักเรียน ผ่านการใช้สื่อมัลติมิเดียที่เหมาะสมกับวัยและสอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อันจะนำไปสู่การพัฒนาพลเมืองที่มีคุณภาพในระบอบประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน
จุดเด่นของโครงการ :1) พัฒนาสื่อมัลติมีเดียที่สอดคล้องกับยุคดิจิทัล 2) ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง
วัตถุประสงค์ของโครงการ :1. เพื่อพัฒนาสื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา 2. เพื่อประเมินผลการเรียนรู้ด้วยสื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา 3. เพื่อประเมินความพึงพอใจต่อการใช้สื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
ขอบเขตของโครงการ :1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร นักเรียนระดับมัธยมศึกษา จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 2,305 คน กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนระดับมัธยมศึกษา จ.นครสวรรค์ จำนวน 60 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง ดังนี้ 1. โรงเรียนชุมแสงชนูทิศ หมู่ 9 157 ตำบลพิกุล อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ 60120 จำนวน 30 คน 2. โรงเรียนหนองบัว 79 ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัง จังหวัดนครสวรรค์ 60110 จำนวน 30 คน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ :1. นักเรียนมี ความรู้และความเข้าใจด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง มากขึ้น 2.ได้ สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน
การทบทวนวรรณกรรม/สารสนเทศ :ความหมายของการเมือง สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ (2543) กล่าวไว้ว่า การเมืองขึ้นอยู่กับกระบวนการหล่อหลอมขัดเกลาทางสังคม ของแต่ละบุคคล การเมืองเป็นเรื่องของการแสวงหาอำนาจเพื่อใช้อำนาจเหล่านั้นในการแสวงหา ประโยชน์ให้กับตน การเมืองเกี่ยวกับอำนาจรัฐซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดของรัฐ เป็นอำนาจที่ให้ทั้งคุณและโทษ การเมืองหมายถึงการใช้อำนาจจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน จันทมร สีหาบุญลี (2558) สรุปไว้ว่า การเมืองคือการจัดสรรอำนาจเพื่อประโยชน์สูงสุดของ ประชาชน ซึ่งหมายถึงการกำหนดและบังคับใช้กฎระเบียบของสังคมอย่างยุติธรรม เพื่อสนองตอบประโยชน์สุขของประชาชนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม การเมืองจึงเป็นกระบวนการเกี่ยวกับการ ตัดสินหรือตกลงใจเพื่อจัดสรรสรรทรัพยากร ธรรมชาติและควบคุมการดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมด้วยการ กำหนดและปฏิบัติตามกติกา ตลอดจนการยอมรับการใช้อำนาจในสังคมทั้งในส่วนของการบังคับหรือ ยอมรับนับถือ การมีส่วนร่วมทางการเมือง จันทนา สุทธิจารี (2544) อธิบายว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองหมายถึง การมีส่วนร่วมตามสิทธิ ที่ระบบการเมืองและกฎหมายกำหนดให้กระทำได้ เป็นการกระทำที่ต้องเกิดขึ้นด้วยความสมัครใจ เพื่อให้มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายของรัฐทั้งในการเมืองการปกครองระดับท้องถิ่นและระดับชาติ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (2564) อธิบายว่า การมีส่วนร่วมทางการเมือง คือ การที่พลเมืองเข้าไปมีสิทธิมีส่วนร่วม แสดงออกทางการเมืองและการบริหารจัดการในเรื่องต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อตนเองและชุมชน ซึ่ง สามารถดำเนินการได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ทฤษฎี สมมุติฐาน กรอบแนวความคิด :- สื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา - ความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา - ความพึงพอใจต่อการใช้สื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
วิธีการดำเนินการวิจัย และสถานที่ทำการทดลอง/เก็บข้อมูล :1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร นักเรียนระดับมัธยมศึกษา จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 2,305 คน กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนระดับมัธยมศึกษา จ.นครสวรรค์ จำนวน 60 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง ดังนี้ 1. โรงเรียนชุมแสงชนูทิศ หมู่ 9 157 ตำบลพิกุล อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ 60120 จำนวน 30 คน 2. โรงเรียนหนองบัว 79 ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัง จังหวัดนครสวรรค์ 60110 จำนวน 30 คน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2.1 สื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยมีขั้นตอนการพัฒนา ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์ ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาสื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบ ออกแบบโครงสร้างสื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ขั้นตอนที่ 3 การพัฒนา พัฒนาสื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ขั้นตอนที่ 4 การนำไปใช้ นำสื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ไปให้กลุ่มตัวอย่างเรียนรู้ โดยทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยสื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ขั้นตอนที่ 5 การประเมินผล กลุ่มตัวอย่างประเมินความพึงพอใจต่อการใช้สื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา 2.2 แบบทดสอบความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา และตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบฯ โดยผู้เชี่ยวชาญ 2.3 ประเมินความพึงพอใจต่อการใช้สื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา และตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมินฯ โดยผู้เชี่ยวชาญ 3. การเก็บรวมรวมข?อมูล ผู้วิจัยนำสื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง ทำการทดสอบก่อนเรียน โดยใช้แบบทดสอบการเรียนรู้ด้วยสื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา และสื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ในช่วงกิจกรรมจำนวน 2 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง กับกลุ่มตัวอย่างนักเรียนระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนชุมแสงชนูทิศ และโรงเรียนหนองบัว หลังจากทดลองใช้ครบตามระยะเวลา 2 สัปดาห์แล้วทำการทดสอบหลังเรียน โดยใช้แบบทดสอบฯ และประเมินความพึงพอใจต่อการใช้สื่อมัลติมิเดียส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา นำผลข้อมูลคำนวณค่าทางสถิติ 4. สถิติที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (means) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และการ ทดสอบด้วยค่าสถิติ t-est แบบ Paired samples test
คำอธิบายโครงการวิจัย (อย่างย่อ) :ครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาสื่อมัลติมีเดีย เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา สื่อดังกล่าวออกแบบให้เหมาะสมกับการเรียนรู้เชิงโต้ตอบและเข้าใจง่าย โดยใช้ การทดลองก่อน–หลังเรียน (Pre-test / Post-test) เพื่อประเมินผล ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการมีส่วนร่วมทางการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จำนวนเข้าชมโครงการ :7 ครั้ง
รายชื่อนักวิจัยในโครงการ
ชื่อนักวิจัยประเภทนักวิจัยบทบาทหน้าที่นักวิจัยสัดส่วนปริมาณงาน(%)
นายประสพ ยลสิริธัม บุคลากรภายในมหาวิทยาลัยหัวหน้าโครงการวิจัย60
นางกาญจนา ยลสิริธัม บุคลากรภายในมหาวิทยาลัยผู้ร่วมวิจัย40

กลับไปหน้าโครงการวิจัยทั้งหมด