| รหัสโครงการ : | R000000676 |
| ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) : | การพัฒนาระบบกลางเชื่อมต่อการยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการสารสนเทศภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ |
| ชื่อโครงการ (ภาษาอังกฤษ) : | Development of a Centralized Identity Verification Integration System via ThaiD to Enhance the Efficiency of Information Services at Nakhon Sawan Rajabhat University |
| คำสำคัญของโครงการ(Keyword) : | Identity Verification, ThaiD, Centralized System, Laravel, SDLC |
| หน่วยงานเจ้าของโครงการ : | สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ |
| ลักษณะโครงการวิจัย : | โครงการวิจัยเดี่ยว |
| ลักษณะย่อยโครงการวิจัย : | ไม่อยู่ภายใต้แผนงานวิจัย/ชุดโครงการวิจัย |
| ประเภทโครงการ : | โครงการวิจัยใหม่ |
| สถานะของโครงการ : | propersal |
| งบประมาณที่เสนอขอ : | 15000 |
| งบประมาณทั้งโครงการ : | 15,000.00 บาท |
| วันเริ่มต้นโครงการ : | 17 พฤศจิกายน 2568 |
| วันสิ้นสุดโครงการ : | 16 พฤศจิกายน 2569 |
| ประเภทของโครงการ : | งานวิจัยประยุกต์ |
| กลุ่มสาขาวิชาการ : | วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี |
| สาขาวิชาการ : | สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ |
| กลุ่มวิชาการ : | วิทยาการคอมพิวเตอร์ |
| ลักษณะโครงการวิจัย : | ไม่ระบุ |
| สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์ : | ไม่สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์ |
| สร้างความร่วมมือประหว่างประเทศ GMS : | ไม่สร้างความร่วมมือทางการวิจัยระหว่างประเทศ |
| นำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : | ไม่นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาณภาพการศึกษา |
| เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต : | ไม่เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต |
| ความสำคัญและที่มาของปัญหา : | ในยุคของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล การยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานถือเป็นรากฐานสำคัญในการให้บริการสารสนเทศภายในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม หรือการใช้สิทธิ์ผ่านระบบต่าง ๆ ที่ต้องการความถูกต้องและปลอดภัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบพิสูจน์ตัวตนที่ได้รับการรับรองจากภาครัฐ โดยแอปพลิเคชัน ThaiD ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถยืนยันตัวตนของประชาชนผ่านบัตรประชาชนได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ จึงเป็นโอกาสในการนำมาใช้ร่วมกับระบบภายในมหาวิทยาลัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการสารสนเทศในทุกระดับอย่างเป็นระบบและเป็นทางการ ผู้วิจัยซึ่งปฏิบัติงานในสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นดังกล่าว จึงริเริ่มพัฒนา NSRU ThaiD Connect ขึ้นในรูปแบบของระบบกลางเพื่อเชื่อมต่อกับ ThaiD ให้หน่วยงานภายในสามารถใช้งานร่วมกันได้ โดยไม่ต้องพัฒนาระบบแยกแต่ละหน่วยงานอีกต่อไป ระบบนี้ช่วยให้ เจ้าหน้าที่ สามารถลดภาระงานซ้ำซ้อน ให้บริการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ขณะที่ นักศึกษา สามารถใช้ ThaiD ในการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมและใช้บริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และทันสมัย นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ระบบกับการสำรวจความคิดเห็นหรือการประเมินกิจกรรม โดยอ้างอิงข้อมูลพื้นฐานจาก ThaiD ซึ่งช่วยให้การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาแผนงานหรือบริการต่าง ๆ มีความแม่นยำและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โครงการวิจัยนี้จึงมีความสำคัญในการ เพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัย ให้กับการบริการสารสนเทศ และเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาเชิงนวัตกรรมในระดับองค์กรอย่างยั่งยืน |
| จุดเด่นของโครงการ : | ได้ ระบบกลาง NSRU ThaiD Connect ที่ปลอดภัยและมี API สำหรับให้ทุกหน่วยงานใช้งานร่วมกันได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยในการให้บริการสารสนเทศของมหาวิทยาลัย |
| วัตถุประสงค์ของโครงการ : | 1. เพื่อพัฒนาระบบกลางเชื่อมต่อการยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD สำหรับการให้บริการสารสนเทศภายในมหาวิทยาลัย 2. เพื่อประยุกต์ใช้ระบบ NSRU ThaiD Connect กับระบบสารสนเทศที่ต้องการการพิสูจน์ตัวตนภายในมหาวิทยาลัย 3. เพื่อประเมินประสิทธิภาพ ความเหมาะสม และความพึงพอใจในการใช้งานระบบทั้งในมุมมองของผู้ใช้งานและผู้พัฒนา 4. เพื่อจัดทำแนวทางการใช้งานระบบร่วมกันในหน่วยงานต่าง ๆ ผ่าน API จากระบบกลาง โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาระบบเชื่อมต่อ ThaiD แยกในแต่ละหน่วยงาน |
| ขอบเขตของโครงการ : | 1. ขอบเขตด้านเนื้อหา (Content Scope) การวิจัยครั้งนี้ครอบคลุมการออกแบบ พัฒนา และประเมินผลระบบกลาง NSRU ThaiD Connect ซึ่งเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน ThaiD เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานภายในมหาวิทยาลัย โดยระบบจะสามารถให้บริการผ่าน API สำหรับระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบกิจกรรม ระบบลงทะเบียน และระบบบริการนักศึกษา โดยไม่ต้องพัฒนาระบบแยกในแต่ละหน่วยงาน 2. ขอบเขตด้านเทคโนโลยี (Technical Scope) ระบบจะพัฒนาในรูปแบบ Web-based Application ด้วย Laravel Framework (PHP) โดยใช้รูปแบบ MVC และมีการเชื่อมต่อกับ ThaiD API จากภาครัฐ พร้อมทั้งออกแบบ RESTful API สำหรับให้บริการภายในมหาวิทยาลัย รองรับการใช้งานร่วมกันของหลายระบบอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 3. ขอบเขตด้านพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย (Target Area and Sample) พื้นที่ดำเนินการวิจัยคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ โดยกลุ่มเป้าหมายของการทดสอบและประเมินผล ได้แก่ 3.1 บุคลากร/เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ใช้ระบบ (ประมาณ 5–10 คน) 3.2 นักศึกษาที่เข้าร่วมใช้งานระบบ (ประมาณ 30–50 คน) 3.3 ผู้พัฒนาและผู้ดูแลระบบ (ประมาณ 2–3 คน) กลุ่มตัวอย่างจะถูกคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบโดยตรง เพื่อใช้ในการทดสอบและตอบแบบสอบถามเพื่อประเมินผลการใช้งาน 4. ขอบเขตด้านเวลา (Time Scope) การดำเนินงานวิจัยจะใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2569 ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการวิจัย ได้แก่ การวิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา ทดสอบ ประเมินผล และจัดทำข้อเสนอแนวทางการขยายผลระบบ |
| ผลที่คาดว่าจะได้รับ : | 1. ได้ระบบกลางสำหรับยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ในทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องพัฒนาระบบแยก 2. ผู้ใช้งานสามารถยืนยันตัวตนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ลดภาระในการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน 3.สามารถนำข้อมูลจากระบบไปใช้สนับสนุนการลงทะเบียน กิจกรรม และการสำรวจความคิดเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. ได้ต้นแบบระบบสารสนเทศที่สามารถขยายผลสู่หน่วยงานอื่น และเป็นกรณีศึกษาสำหรับงานวิจัยเชิงระบบในอนาคต |
| การทบทวนวรรณกรรม/สารสนเทศ : | - |
| ทฤษฎี สมมุติฐาน กรอบแนวความคิด : | - |
| วิธีการดำเนินการวิจัย และสถานที่ทำการทดลอง/เก็บข้อมูล : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงประยุกต์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและประเมินผลระบบกลาง NSRU ThaiD Connect สำหรับเชื่อมต่อการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD โดยใช้กระบวนการพัฒนาระบบตามหลัก SDLC (System Development Life Cycle) ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ 1. วิเคราะห์ความต้องการและศึกษาระบบที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยดำเนินการรวบรวมข้อมูลและความต้องการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในมหาวิทยาลัย เพื่อศึกษากระบวนการยืนยันตัวตนในระบบบริการสารสนเทศที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน วิเคราะห์แนวทางการเชื่อมต่อกับ ThaiD API ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และวางแนวทางออกแบบระบบกลางที่สามารถให้บริการร่วมกันได้หลายหน่วยงาน 2. ออกแบบระบบ NSRU ThaiD Connect ผู้วิจัยออกแบบโครงสร้างระบบในลักษณะ Web-based Application โดยใช้ Laravel Framework ครอบคลุมโครงสร้างฐานข้อมูล กระบวนการยืนยันตัวตน การเรียกใช้งาน API และการจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้งาน รวมถึงออกแบบ API ที่สามารถให้หน่วยงานภายในนำไปเชื่อมต่อใช้งานได้โดยไม่ต้องพัฒนาระบบแยก 3. พัฒนาระบบตามแผนการออกแบบ ระบบจะถูกพัฒนาในลักษณะของ ระบบกลาง (Centralized Authentication Service) โดยใช้ภาษา PHP และ Laravel Framework มีการบริหารจัดการ Source Code ด้วย Git และใช้แนวทาง MVC (Model-View-Controller) เพื่อให้สามารถขยายระบบในอนาคตได้ง่าย รวมถึงกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการเชื่อมต่อข้อมูลจาก ThaiD 4. ทดสอบระบบและปรับปรุง เมื่อพัฒนาระบบแล้วเสร็จ ผู้วิจัยจะดำเนินการทดสอบระบบในหลายระดับ ได้แก่ ทดสอบในระดับโมดูล (Unit Testing) ทดสอบการเชื่อมโยงกับ ThaiD และระบบปลายทาง (Integration Testing) ทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายจริง ทั้งเจ้าหน้าที่และนักศึกษา จากผลการทดสอบจะนำไปใช้ในการปรับปรุงระบบให้เหมาะสมก่อนนำไปใช้งานจริง (User Acceptance Testing (UAT)) 5. ประเมินผลการใช้งานระบบ ผู้วิจัยจะดำเนินการประเมินผลระบบจาก 2 มุมมอง ได้แก่ มุมมองผู้ใช้งาน (User) วัดความพึงพอใจ ความง่ายในการใช้งาน และประโยชน์ที่ได้รับ ผ่านแบบสอบถาม มุมมองผู้พัฒนา (Developer/Admin) วัดความสะดวกในการดูแลระบบ ความมั่นคงปลอดภัย และความสามารถในการขยายผล 6. จัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการขยายผล จากผลการประเมินและทดสอบ ผู้วิจัยจะจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการขยายระบบ NSRU ThaiD Connect ไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ โดยไม่ต้องพัฒนาระบบยืนยันตัวตนแยกซ้ำอีก พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการวิจัยและเผยแพร่ผลการดำเนินงาน |
| คำอธิบายโครงการวิจัย (อย่างย่อ) : | โครงการนี้คือการ พัฒนาระบบกลาง ชื่อว่า NSRU ThaiD Connect เพื่อทำหน้าที่ เชื่อมต่อและยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน (บุคลากรและนักศึกษา) ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD ของภาครัฐ เพื่อให้ระบบสารสนเทศต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ สามารถใช้งานการยืนยันตัวตนร่วมกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยไม่ต้องพัฒนาระบบเชื่อมต่อ ThaiD แยกในแต่ละหน่วยงาน |
| จำนวนเข้าชมโครงการ : | 60 ครั้ง |