| รหัสโครงการ : | R000000671 |
| ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) : | การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสร้างมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยั่งยืน |
| ชื่อโครงการ (ภาษาอังกฤษ) : | Development of learning Resources And Create value of local wisdom in Tham Phet Tham Thong Forest Park, Takli District, Nakhon Sawan Province, for Community Elevation to Creative Tourism and Promote sustainable Community Products. |
| คำสำคัญของโครงการ(Keyword) : | แหล่งเรียนรู้, การสร้างมูลค่า, ภูมิปัญญาท้องถิ่น, การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์, ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น, วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง |
| หน่วยงานเจ้าของโครงการ : | คณะวิทยาการจัดการ > สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ |
| ลักษณะโครงการวิจัย : | แผนงานวิจัย/ชุดโครงการวิจัย |
| ลักษณะย่อยโครงการวิจัย : | - |
| ประเภทโครงการ : | โครงการวิจัยใหม่ |
| สถานะของโครงการ : | propersal |
| งบประมาณที่เสนอขอ : | 250000 |
| งบประมาณทั้งโครงการ : | 250,000.00 บาท |
| วันเริ่มต้นโครงการ : | 08 พฤษภาคม 2568 |
| วันสิ้นสุดโครงการ : | 08 พฤษภาคม 2568 |
| ประเภทของโครงการ : | งานวิจัยประยุกต์ |
| กลุ่มสาขาวิชาการ : | วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี |
| สาขาวิชาการ : | ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม |
| กลุ่มวิชาการ : | อื่นๆ |
| ลักษณะโครงการวิจัย : | ระดับชาติ |
| สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์ : | สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์ |
| สร้างความร่วมมือประหว่างประเทศ GMS : | ไม่สร้างความร่วมมือทางการวิจัยระหว่างประเทศ |
| นำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : | นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาณภาพการศึกษา |
| เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต : | เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต |
| ความสำคัญและที่มาของปัญหา : | การพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงระยะเวลาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 มีความจำเป็นต้องเร่งรัดผลักดันการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการผลิตเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยนวัตกรรมและมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่เน้นการสร้างคุณค่าให้แก่สินค้าและบริการเชิงคุณภาพ โดยการผลักดันให้มีการพัฒนาคุณภาพปัจจัยการผลิต พร้อมทั้งเสริมสร้างนิเวศการแข่งขันที่เป็นธรรม ยกระดับการเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าโลก ตลอดจนใช้ประโยชน์จากระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ไทยได้มีการวางระบบไว้แล้วให้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมเพื่อปรับปรุงผลิตภาพของแรงงาน ให้มีความสอดคล้องกับเป้าหมายในการปรับเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง การพัฒนาในระยะต่อไปจึงอยู่ที่การเพิ่มศักยภาพของภาคการผลิต รวมถึงเร่งยกระดับคุณภาพ มาตรฐานสินค้าและบริการหลักของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่มูลค่าโลก โดยมุ่งเป้าในการเร่งพัฒนาภาคการผลิตและบริการเป้าหมายรายสาขาที่สำคัญของประเทศ ประเด็นหนึ่ง คือ การปรับเปลี่ยนภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นภาคบริการที่สำคัญของไทยให้เป็นการท่องเที่ยว ที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพ คุณค่า และความยั่งยืนมากกว่าปริมาณจากการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริการที่สอดรับกับทิศทางและแนวโน้มของตลาดยุคใหม่ (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13, 2565 หน้า 8) จากหมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจไทย และยังเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญให้แก่เศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย อีกทั้งยังมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ศักยภาพของการท่องเที่ยวไทยยังมีข้อได้เปรียบจากประเทศคู่แข่ง ด้วยทำเลที่ตั้งที่เป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาค ความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และความมีอัธยาศัยไมตรีของคนไทยภูมิภาค ความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และความมีอัธยาศัยไมตรีของคนไทย โดยในปี 2564 สภาเศรษฐกิจโลกได้จัดอันดับดัชนีการพัฒนาการเดินทางและการท่องเที่ยว ประจำปี 2564 เพื่อการฟื้นฟูอนาคตอย่างยืดหยุ่นและยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 36 จาก 117 ประเทศ และอยู่ในอันดับที่ 35 จาก 117 ประเทศ ในปี 2562 โดยในปี 2564 พบว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งสำคัญ ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางอากาศ อยู่ในอันดับที่ 13 ด้านทรัพยากรธรรมชาติ อยู่ในอันดับที่ 14 และด้านทรัพยากรที่ไม่ใช่เพื่อการพักผ่อน อยู่ในอันดับที่ 16 โดยยังมีประเด็นท้าทายที่ต้องให้ความสำคัญ คือ ด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม อยู่ในอันดับที่ 97 ด้านความมั่นคงและความปลอดภัย อยู่ในอันดับที่ 92 และด้านการให้ความสำคัญกับการเดินทางและท่องเที่ยว อยู่ในอันดับที่ 88 ซึ่งจุดอ่อนดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็น ประเด็นสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในระยะต่อไปที่ถูกขับเคลื่อนโดยมีแนวโน้มสำคัญ คือ ความกังวลด้านสุขภาพ และสุขอนามัย การเติบโตของสังคมผู้สูงอายุ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยว และความตระหนักในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน การพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจะต้องคำนึงปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้ สถานการณ์และแนวโน้มการท่องเที่ยว และปัญหาที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยมีความท้าทายต่อการบรรลุ เป้าหมายในหลายประเด็น สรุปได้ดังนี้ 1) การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้เกิดการจับจ่าย ใช้สอยของนักท่องเที่ยวมากขึ้น และส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ 2) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวรอง และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวภายในประเทศ และก่อให้เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ 3) การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของมาตรฐานความสะอาดและปลอดภัย สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 4) การพัฒนาปัจจัยเอื้อให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนากำลังคนและธุรกิจให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง การปรับปรุงระเบียบและกฎหมายที่ล้าสมัย และเป็นอุปสรรค การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13, 2565 หน้า 36-37) เมื่อพิจารณาเชิงลึกไปยังเป้าหมายในระดับหมุดหมาย ในประเด็นเป้าหมายที่ 1 การเปลี่ยนการท่องเที่ยวไทยเป็นการท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม และบริการที่มีศักยภาพอื่น และ ประเด็นเป้าหมายที่ 2 การปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวให้พึ่งพานักท่องเที่ยวในประเทศและมีการกระจายโอกาส ทางเศรษฐกิจมากขึ้น พบว่ามีกลยุทธ์การพัฒนาที่มุ่งประเด็น การส่งเสริมการพัฒนากิจกรรม สินค้าและบริการ การท่องเที่ยวมูลค่าเพิ่มสูง และการส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยว ที่มุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐสร้างสรรค์ เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งการใช้ซอฟท์เพาเวอร์เป็นตัวขับเคลื่อน ตลอดจนส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมในการส่งเสริมการบริการ การตลาด และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว จะเห็นได้ว่าทั่วทุกภาค และทุกจังหวัดมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรท่องเที่ยวทางธรรมชาติ น้ำตก ภูเขา ทะเล ทรัพยากรท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุ ศาสนา และทรัพยากรการท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม ประเพณีวัฒนธรรม และกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากความโดดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จนเป็นที่รู้จักและนิยมของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยในการมีอัธยาศัยที่ดี โอบอ้อมอารีมีน้ำใจ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเสน่ห์ อย่างหนึ่งของคนไทย จึงทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก วนอุทยานถ้ำเพชร – ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "เขาชอนเดื่อ" ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าบริเวณเขาชอนเดื่อและเขาขวาง ในเขตท้องที่ตำบลตาคลี อำเภอตาคลี และตำบลหนองพิกุล อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ เป็นส่วนปลายสุดของแนวเขาเพชรบูรณ์ฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก เป็นภูเขาหินปูนขนาดเล็ก โดดเดี่ยว รายล้อมด้วยพื้นที่การเกษตร สภาพภูมิประเทศเป็นป่าเบญจพรรณสลับกับเขาหินปูน มีความสูงชัน มีพรรณไม้นานาชนิด ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานถ้ำเพชร - ถ้ำทอง เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2540 โดยกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อมาในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ได้มีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดบริเวณพื้นที่ในท้องที่ตำบลตาคลี อำเภอตาคลี และตำบลหนองพิกุล ตำบลเขาชายธง อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ ให้เป็นวนอุทยาน เนื้อที่ 4,703 ไร่ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 290 ง เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, 2558) มีตำนานเล่าว่าเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2453 หลวงพ่อรุ่ง–ฆคสุวณ.โณ. เจ้าอาวาสวัดหนองสีนวล ในขณะนั้นได้นำคันศรสัมฤทธ์เป็นนาคราช 3 เศียร มีทั้งสายและลูก ซึ่งเก็บได้จากเขาชอนเดื่อถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 จึงทรงพระราชทานนามศรโบราณนี้ว่า “พระแสงศรกำลังราม” เชิงเขาด้านทิศตะวันตก มีถ้ำพญานาค ภายในถ้ำมีบ่อน้ำทิพย์เป็นแหล่งน้ำที่ราษฎรใกล้เคียงนำมาใช้ได้ตลอดปี เข้าใจว่าน้ำบนเขาทั้งหมดคงจะไหลซึมลงทราย ณ ที่ถ้ำแห่งนี้ บางครั้งมีเสียงดังเหมือนกับคลื่นกระทบฝั่งคล้ายทะเลห่างจากถ้ำประมาณ 400 เมตร มีน้ำใต้ดินไหลออกมาใต้โคนต้นมะเดื่อ จึงเรียกว่า “ เขาชอนเดื่อ” ปัจจุบันสภาตำบลตาคลีได้ขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำไว้ (วัชรี สิริถา ปวีณา นาคสุข และคณะ, 2564) ภายในวนอุทยานฯ ส่วนใหญ่เป็นถ้ำหินปูนบนเขา ซึ่งมีประมาณ 70 ถ้ำ โดยสามารถเข้าชมได้เพียงไม่กี่แห่ง แต่ละถ้ำมีความหลากหลายแตกต่างกัน ได้แก่ ถ้ำดาวดึงส์ มีห้องโถงขนาดใหญ่จุคนได้ 400-500 คน มีช่องระบายอากาศด้านบน ถ้ำเจ้าพ่อเสือ ถ้ำวิมานลอย ถ้ำมหาโพธิ์ทอง ถ้ำประกายเพชร มีความลึก 50 เมตร มีห้องโถงขนาดใหญ่ 5 ห้อง มีหินงอกหินย้อยรูปต่าง ๆ เช่น ปลาโลมาและกำแพงเมืองจีน เป็นต้น ถ้ำประดับเพชร เป็นห้องโถง 4 ห้อง มีหินงอกหินย้อยสีน้ำตาลอ่อน-ขาวนวล สีแสงระยิบเหมือนเพชร ถ้ำวังไข่มุก มีหินงอกหินย้อยสีน้ำตาลเข้ม น้ำตาลอ่อน จนถึงสีขาวนวล และมีห้องโถง 3 ห้อง ประดับด้วยเกล็ดเพชร ส่องแสงเป็นประกายคล้ายพระราชวัง มีบันไดไปชมถ้ำ นอกจากนี้บนเขายังมีมอเหินฟ้า ซึ่งเป็นลานหินปะการังที่ถูกลมและน้ำฝนกัดกร่อน ทำให้มีร่องลึกแหลมคม มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.2 กิโลเมตร และยังสามารถเดินทางไปยังจุดชมวิวผาชมภู ซี่งมีความสูง 345 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง เพื่อชมทัศนียภาพที่สวยงามของตลาดตาคลีและเขาขวางที่ทอดเป็นแนวยาวด้านอำเภอตากฟ้า มีต้นกำลังหนุมาน ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรขนาดใหญ่ที่มีขนาดลำต้น 139 เซนติเมตร เครื่องปั้นดินเผาโบราณลายต่าง ๆ และของใช้ยุคมนุษย์ถ้ำ (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, 2562) จากที่กล่าวมาข้างต้นทำให้วนอุทยานถ้ำเพชร – ถ้ำทอง เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงมีทรัพยากรทางกายภาพที่มีความน่าสนใจ ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสามารถใช้เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติในการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ เนื่องจากเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีความหลากหลายของพรรณไม้ สัตว์ป่า และทรัพยากรกายภาพ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, 2558) วนอุทยานถ้ำเพชร – ถ้ำทอง จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ (Natural Attraction) อีกสถานที่หนึ่งที่น่าสนใจในจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวมาเยือนความงดงามตามสภาพธรรมชาติ ความแปลกตาของสภาพธรรมชาติ สัณฐานที่สำคัญทางธรณีวิทยาและภูมิศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์หรือเป็นสัญลักษณ์ของท้องถิ่น
การท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมการมีส่วนร่วม และจากประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของจุดหมายปลายทางของวันหยุดของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ยังหมายถึงการท่องเที่ยวที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชุมชนและเอกลักษณ์ของสถานที่ โดยนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงร่วมกับเจ้าของวัฒนธรรมและมีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเจ้าของสถานที่ อีกทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรม วิถีชุมชน และเอกลักษณ์ของสถานที่ ไม่ใช่กิจกรรมที่เน้นรายได้ของชุมชนแต่เป็นกิจกรรมที่เน้นคุณค่าของชุมชนเท่านั้น
นอกจากนี้หากพิจารณาถึงเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยทั้ง 17 เป้าหมาย พบว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 8 มุ่งส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ผ่านการยกระดับผลิตภาพแรงงานและการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการผลิต โดยการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวต้องให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเป็นผู้ประกอบการ การสร้างงาน รวมถึงการดำเนินนโยบายเพื่อขจัดปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานทำโดยในเป้าหมายย่อย 8.9 มุ่งเน้นด้านการออกแบบและใช้นโยบายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ซึ่งช่วยสร้างงานและส่งเสริมวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ภายในปี พ.ศ. 2573 พิจารณาจากผลผลิตมวลรวมภายในประเทศทางตรงจากการท่องเที่ยว และจำนวนงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จากข้อมูลดังกล่าวคณะผู้วิจัย จึงจัดทำโครงการวิจัยเพื่อสนับสนุนการทำงานตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ในประเด็น วิจัยและพัฒนานวัตกรรมตามกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจที่เน้นคุณค่า (Value-Based Economy) และสร้างระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมเชิงพื้นที่ ในหัวข้อการวิจัยโครงการชุด เรื่อง การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสร้างมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยั่งยืน โดยมี 3 โครงการวิจัยย่อย ดังนี้ โครงการวิจัยย่อยที่ 1 เรื่อง ภูมิปัญญาจากสีธรรมชาติ : การสร้างมูลค่าจากความหลากหลายทางชีวภาพในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ โครงการวิจัยย่อยที่ 2 เรื่อง แนวทางการสร้างอัตลักษณ์บนผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และโครงการวิจัยย่อยที่ 3 เรื่อง การพัฒนานิทรรศการดิจิทัลแหล่งเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิวของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทองอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ สู่การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดนครสวรรค์ต่อไป
|
| จุดเด่นของโครงการ : | การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดนครสวรรค์ |
| วัตถุประสงค์ของโครงการ : | 1. เพื่อสร้างมูลค่าภูมิปัญญาจากสีธรรมชาติบนความหลากหลายทางชีวภาพในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
2. เพื่อสร้างอัตลักษณ์บนผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอ
ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
3. การพัฒนานิทรรศการดิจิทัลแหล่งเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิวของวนอุทยานถ้ำเพชร - ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ สู่การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
|
| ขอบเขตของโครงการ : | 1. ขอบเขตเชิงพื้นที่
การวิจัยจะดำเนินการในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
2. ขอบเขตด้านการศึกษาข้อมูล
การวิจัยจะมุ่งเน้นการศึกษาและเก็บข้อมูลในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ดังนี้
2.1 การศึกษาอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ เช่น พรรณพืช ทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษาพืชในท้องถิ่นที่สามารถใช้ในการผลิตสีย้อมธรรมชาติ โดยพิจารณาจากพืชชนิดที่มีสารที่สามารถใช้เป็นสีในการย้อมผ้า เช่น สีจากดอกไม้ ใบไม้ หรือเปลือกไม้ เป็นต้น
2.2 การสัญลักษณ์เชิงพื้นที่ เช่น สิ่งก่อสร้าง ตรา เครื่องหมาย เพื่อนำมาเป็นหลักการออกแบบลวดลายที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น เป็นต้น
2.3 การศึกษาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในพื้นที่และภายในถ้ำของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง การประวัติความเป็นมา เรื่องราว เรื่องเล่าขาน จากประสบการณ์ จากหลักฐานที่ปรากฏจากบุคคล เจ้าหน้าที่วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ การศึกษาด้านบริบทด้านการท่องเที่ยว เส้นทางการท่องเที่ยว กฎ ข้อบังคับด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อนำเสนอเรื่องราว (Story telling) แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทองด้วยนิทรรศการดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิว
3. ขอบเขตของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสร้างมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น
3.1 การศึกษาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตสีธรรมชาติ การสกัดสีย้อมจากพืชในท้องถิ่นของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง การพัฒนากระบวนการผลิตสีธรรมชาติที่มีคุณภาพ กระบวนการย้อมผ้า และการส่งเสริมการใช้สีธรรมชาติในชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าจากความหลากหลายทางชีวภาพ
3.2 สร้างสรรค์รูปแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากนวัตกรรม กาวกั้นสีจากธรรมชาติ และ การถ่ายโอนสีจากธรรมชาติ ประเภทผืนผ้า และประเภทสินค้าแปรรูปโดยการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
3.2 สร้างนิทรรศการดิจิทัลเพื่อนำเสนอเรื่องราว (Story telling) แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทองด้วยโดยใช้เทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิว
4. ขอบเขตการเผยแพร่ การส่งเสริมความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
งานวิจัยจะจัดกิจกรรมนิทรรศการแหล่งเรียนรู้และสร้างมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยั่งยืน ผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดนิทรรศการหรือการเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น นิทรรศการดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิว ในรูปแบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์และรูปแบบออฟไลน์ ณ สำนักงานที่ตั้งของวนอุทยานถ้ำเพชร - ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยการจัดกิจกรรมร่วมกับวนอุทยาน เป็นต้น
|
| ผลที่คาดว่าจะได้รับ : | 1. ด้านการสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
1.1 การสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เนื่องจากการศึกษาผลิตสีจากพืชในท้องถิ่นจะช่วยให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างความตระหนักรู้ในชุมชนเกี่ยวกับความสำคัญของการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น โดยการใช้ประโยชน์จากพืชที่มีอยู่เพื่อผลิตสีธรรมชาติ
1.2 การส่งเสริมแนวทางการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง โดยการนำพืชในท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการสกัดสีธรรมชาติมาใช้ในการผลิตสีธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถยกระดับคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่พื้นที่
2. ด้านเศรษฐกิจ
2.1 การส่งเสริม พัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน โดยการส่งเสริมให้ชุมชนสามารถผลิตสีธรรมชาติจากทรัพยากรในท้องถิ่น และการใช้สีธรรมชาติในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ การผลิตผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึก เช่น ผ้าและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีความสวยงามและแตกต่างจากสินค้าในตลาดทั่วไป เพื่อเป็นการยกระดับและการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
2.2 การออกแบบลวดลายต้นแบบที่เป็นอัตลักษณ์ของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง สามารถส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึก ในการมาเยือมชมวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง เพื่อสร้างรายได้ให้คนในชุมชน และเพื่อการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้รู้จักสืบต่อไป
3. ด้านการท่องเที่ยว
3.1 การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ (Ecotourism) วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทองเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ส่วนใหญ่เป็นถ้ำที่มีเอกลักษณ์ที่สำคัญคือเป็น “ถ้ำหินปูน” ใหญ่น้อยประมาณ 70 ถ้ำ
ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการปรับปรุงพัฒนาเส้นทางเดินและสิ่งอำนวยความสะดวกให้สามารถเข้าเที่ยวชมได้จำนวน
9 ถ้ำ แต่ละถ้ำมีความหลากหลายแตกต่างกันไป ควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติ และเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพ พืชพรรณ และสัตว์ป่าตามสภาพแวดล้อม ตลอดจนลักษณะทางวัฒนธรรมที่ปรากฏในแหล่งธรรมชาติที่หลากหลายแตกต่างกันไป
3.2 การส่งเสริมการท่องเที่ยวประสบการณ์ (Experiential Tourism) ในพื้นที่วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง โดยการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวที่เน้นการเรียนรู้การใช้สีธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตสินค้าจากทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนต่อไป
4. ด้านสังคม
4.1 การส่งเสริม และขับเคลื่อนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงวิชาการกับวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง และผู้ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพื่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน
4.2 เกิดการบูรณาการการเรียนการสอน การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมกับงานวิจัย การให้บริการวิชาการแก่ชุมชนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
4.3 การเสริมสร้างความรู้ให้คนในชุมชนและการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ช่วยสร้างความตระหนักรู้ในชุมชนเกี่ยวกับความสำคัญของการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งท่องเที่ยวภายในท้องถิ่น และการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นสืบต่อรุ่น สู่คนรุ่นหลังต่อไป
|
| การทบทวนวรรณกรรม/สารสนเทศ : | แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสร้างมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น
การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชนบนฐานของทุนทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นสามารถการจัดแหล่งเรียนรู้ที่ถ่ายทอดให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากแหล่งเรียนรู้ในชุมชนของผู้เรียนเองผ่านการบูรณาการ การปฏิบัติ และการมีส่วนร่วมในชุมชนเป็นการเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ การได้ร่วมลงมือปฏิบัติจริงในกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน มีผลทั้งต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนเองและทำให้ชุมชนกลายเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ได้ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นการพัฒนาบนพื้นฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นของการพัฒนาวิถีชีวิตบนรากฐานของการรู้จักช่วยตนเอง พึ่งตนเองให้สามารถปรับตัวอย่างรู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงภายนอก ซึ่งก่อให้เกิดเป็นชุมชนเข้มแข็งที่จะดำเนินชีวิตได้ด้วยภูมิปัญญาของตนเองได้
การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Conservation) เป็นกระบวนการในการรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ในสภาพที่เหมาะสมสำหรับการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และเพื่อความยั่งยืนในระบบนิเวศ แนวคิดนี้เกี่ยวข้องกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศเพื่อให้ทรัพยากรต่าง ๆ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและยั่งยืน โดยหนึ่งในการใช้ประโยชน์ที่มาพร้อมกับการอนุรักษ์ความหลายหลายทางชีวภาพที่น่าสนใจ คือ การใช้สีจากธรรมชาติซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณ ที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นในหลาย ๆ ชุมชน ซึ่งเป็นบริบทของการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพราะการใช้สีธรรมชาติเป็นการเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมและการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น การย้อมผ้า การทำงานฝีมือท้องถิ่น และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง สามารถใช้สีธรรมชาติจากทรัพยากรชีวภาพ เช่น ดอกไม้ ใบไม้ รากไม้ หรือเปลือกไม้ซึ่งเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ ของพืช ถือเป็นการนำทรัพยากรจากธรรมชาติในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ และในปัจจุบันทั่วโลกให้ความสำคัญกับการใช้สารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสกัดสีจากพืชธรรมชาติเป็นหลีกเลี่ยงมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม จึงเป็นอีกทางเลือกที่สำคัญแทนการใช้สีสังเคราะห์ (Geetha B & V. Judia Harriet Sumathy, 2013) ซึ่งการสกัดสีจากธรรมชาติสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสกัดด้วยการต้ม การปั่น หรือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งวิธีการต้ม เป็นวิธีที่นิยมทำสำหรับการสกัดสีจากพืชธรรมชาติเพื่อใช้ในการย้อมผ้า ซึ่งวิธีการต้มทำได้โดยการ นำพืชที่ต้องการสกัดสีมาล้างทำความสะอาด นำไปต้มในน้ำร้อน และแช่ผ้าที่จะทำการย้อมลงในน้ำสกัด หลังจากย้อมผ้าแล้วมีการนำผ้ามาแช่ในสารช่วยติดสี เพื่อให้สีมีความคงทนมากขึ้น (เกชา ลาวงษา และคณะ, 2023) และการย้อมผ้าสามารถทำได้หลายวิธี การย้อมผ้าด้วยเทคนิคการย้อมร้อน และการย้อมผ้าด้วยเทคนิควิธีการย้อมเย็น สีธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการให้สีที่แตกต่างกัน จำเป็นต้องใช้สารช่วยติดสี เพื่อให้สีติดบนผ้าได้ดีมาขึ้น ยังพบอีกว่าพืช สารช่วยติดสีหรือผ้า แต่ละชนิดมีความสารถในการติดสีที่แตกต่างกัน (อรวรรณ ทิพย์มณี, 2561)
การพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืนมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการในปัจจุบันโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติหรือสร้างความเสียหายให้กับคนรุ่นอนาคต การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืนยังรวมถึงการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรอบคอบ และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้สีจากพืชท้องถิ่นแทนการใช้สีจากสารเคมีสังเคราะห์ และยังเป็นการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการปรับตัวของชุมชนให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นนั้น ๆ ภูมิปัญญาดังกล่าวเป็นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะเป็นการใช้ความรู้ที่สะสมจากรุ่นสู่รุ่นในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การศึกษาการผลิตสีจากธรรมชาติในพื้นที่วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง เป็นตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถนำไปใช้ในด้านเศรษฐกิจและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้เป็นอย่างดียิ่ง
4. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและทางด้านสังคม ในด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวก่อให้เกิดรายได้ในรูปของเงินตรา และส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังท้องถิ่นเนื่องจากมีการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆ ก่อให้เกิดการสร้างงาน จ้างงานเกิดขึ้นในหลากหลายอาชีพทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดจากการท่องเที่ยว ในมิติทางด้านสังคมก่อให้เกิดการพัฒนาทางด้านสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกิดขึ้นช่วยให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม นอกจากนี้การท่องเที่ยวยังช่วยให้ชุมชนหรือท้องถิ่นสามารถฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การท่องเที่ยวยังช่วยให้นำประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว มาปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมได้ดีขึ้น (วารัชต์ มัธยมบุรุษ, 2562) การท่องเที่ยวของโลกในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีหรือพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ที่มีผลมาจากวัฒนธรรมหรือโครงสร้างทางประชากร แต่อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมทำให้การศึกษาด้านการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้นการเชื่อมโยงระบบการท่องเที่ยว ควรตอบโจทย์ด้านความต้องการ ด้านการตอบสนอง ด้านการสนับสนุน และด้านการเชื่อมโยง การขับเคลื่อนเส้นทางและรูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน ให้เกิดผลเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรมนั้นควรนำเสนอเรื่องราวเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารแก่ นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน และดำเนินการผ่านการตลาดเชิงรุกด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยดำเนินการทั้งผ่านสื่อทั้งแบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ และแบบออฟไลน์ในการจัดแสดงนิทรรศการดิจิทัลแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบออฟไลน์ ณ สำนักงานที่ตั้งของวนอุทยานถ้ำเพชร - ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ในการจัดทำวีดิโอแนะนำข้อมูลด้านการท่องเที่ยว การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นฐานทรัพยากรที่สำคัญในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่ที่ตระหนักถึงฐานทรัพยากรการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ สามารถนำมากำหนดอัตลักษณ์ของแต่ละวิถีถิ่น ที่มีความหลากหลายทางทางชีวภาพ วัฒนธรรมและแตกต่างกันทั้งวิถีชีวิต ประเพณี ภาษา อาหาร และการประกอบอาชีพ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาและเรียนรู้
5. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอในปัจจุบันมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด กระแสความสนใจของกลุ่มคนสมัยใหม่ให้การตอบรับกับการสวมใส่ผ้าไทยมากขึ้น ในงานวิจัย เรื่อง แนวทางการสร้างอัตลักษณ์บนผลิตภัณฑ์ สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เริ่มต้นด้วยการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องการการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการเลือกใช้เทคนิคกระบวนการสร้างสรรค์ที่เป็นวัตถุดิบธรรมชาติเป็นหลัก ในการสร้างนวัตกรรมและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นอัตลักษณ์ให้กับพื้นที่วนอุทยาน โดยการบูรณาการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กับพื้นที่วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง และผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านกระบวนการศึกษา สร้างนวัตกรรม ถ่ายทอดนวัตกรรม และเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในรูปแบบงานสร้างสรรค์ต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ รพีพัฒน์ มั่นพรม และคณะ (2565) ในการสร้างสรรค์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์ ตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาบริบทกลุ?มสินค?าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป?จังหวัดนครสวรรค? (2) เพื่อสร?างสรรค?ผลิตภัณฑ?สินค?าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป?ประเภทของใช?และของที่ระลึกจากอัตลักษณ?ของจังหวัดนครสวรรค? และ (3) เพื่อประเมินต?นแบบผลิตภัณฑ?ทางวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค?ที่ได?รับการยอมรับจากผู?บริโภค มีลักษณะเป็นการวิจัยประยุกต์ที่สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผสานแนวคิดเชิงนิเวศศิลป์ ที่มีกระบวนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ บนฐานทุนวัฒนธรรมเดิมนั่นคือภูมิปัญญา ศิลปะวัฒนธรรม วิถีชีวิต และเอกลักษณ์ของชุมชน กระบวนการวิจัย เริ่มจากการศึกษาบริบทกลุ?มสินค?าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป?จังหวัดนครสวรรค? ค้นหาอัตลักษณ์ เพื่อนำมาสร้างสรรค?เป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีความสอดคล้องกับการดำเนินงานวิจัยในครั้งนี้
นอกจากการศึกษาบริบทของอัตลักษณ์ชุมชนเพื่อนำไปสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว ในการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนของชุมชน หน่วยงานที่เข้าไปสนับสนุนต้องให้ความสำคัญกับมิติต่าง ๆ ที่ช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่ออย่างยั่งยืน โดยการร่วมสร้างแผนงานในการดำเนินงานของกลุ่มทั้งในเรื่องแผนการตลาด การสร้างสื่อการตลาด กิจกรรมเวิร์คชอร์ป การเป็นวิทยากรเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวหรือการมาเยือนของนักท่องเที่ยว สอดคล้องกับแนวคิดของ กันยาพร กุณฑลเสพย์ และคณะ (2563) ได้ทำการวิจัย เรื่อง การพัฒนาศักยภาพหัตถกรรมสิ่งทอเพื่อการใช้ประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นการสร้างศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวทั้งเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต โดยมีพื้นที่ชุมชนบ้านชุมตาบง อำเภอชุมตาบง จังหวัดนครสวรรค์ และชุมชนใบตองแห้ง ตำบลอ่างทอง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ เป็นกลุ่มต้นแบบการดำเนินการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนสามารถเดินต่อไปได้ ในระยะแรกคณะวิจัยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง และช่วยจัดทำแผนงานและพาไปศึกษาดูงาน กลุ่มชุมชนตัวอย่างเพื่อเกิดการสร้างองค์ความรู้และการเกิดแรงบันดาลใจในการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชน และจัดการวางแผนร่วมกับชุมชนโดยคณะผู้วิจัยได้เป็นพี่เลี้ยงในการสร้างชุดกิจกรรม เพื่อถ่ายทอดความรู้และทักษะเพื่อให้ประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจใน กระบวนการ ทักษะและขั้นตอนกระบวนการของกิจกรรมด้าน ประกอบด้วย (1) สีธรรมชาติจากวัตถุดิบท้องถิ่นและสร้างสรรค์ลวดลายด้วยสีย้อมธรรมชาติ (2) งานสิ่งทอการทอด้วยเครื่องทอลายอย่างง่าย และ (3) สิ่งทอการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อการสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชนก่อให้เกิดการท่องเที่ยวได้ นอกจากนั้นยังสามารถนำไปต่อยอด ในการสร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ของ ชุมชนให้เกิดความหลายหลายและเป็นแนวทางเพิ่มรายได้ของชุมชนอีกทางโดยการเพิ่มศักยภาพของกิจกรรมการท่องเที่ยวของวิสาหกิจชุมชนหรือ OTOP ด้านสิ่งทอเพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) เป็นการท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมการมีส่วนร่วม และจากประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ โดยนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงร่วมกับเจ้าของวัฒนธรรมและมีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเจ้าของสถานที่ อีกทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชุมชน และเอกลักษณ์ของสถานที่ถ่ายทอดผ่านกิจกรรมที่เน้นคุณค่าของชุมชน รวมถึงการจัดให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับนักท่องเที่ยว โดยเน้นการเรียนรู้ การศึกษาจากประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชุมชน ตลอดจนการมีส่วนร่วมและปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวและคนในชุมชนนั้น ๆ เป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้นำทุนทางวิถีวัฒนธรรมและธรรมชาติมาสร้างโอกาสให้กับผู้มาเยือน ในการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่มาเยือน สำหรับแนวคิด ทฤษฎีและสมมติฐานงานวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีแนวคิดเริ่มต้นด้วยการศึกษาบริบทกลุ?มสินค?าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป?จังหวัดนครสวรรค? ค้นหาอัตลักษณ์ เพื่อนำมาสร้างสรรค?เป็นผลิตภัณฑ์ ด้วยการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการเลือกใช้เทคนิคกระบวนการสร้างสรรค์ที่เป็นวัตถุดิบธรรมชาติเป็นหลัก ในการสร้างนวัตกรรมและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นอัตลักษณ์ให้กับพื้นที่วนอุทยาน มีกระบวนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ บนฐานทุนวัฒนธรรมเดิมนั่นคือภูมิปัญญา ศิลปะวัฒนธรรม วิถีชีวิต และเอกลักษณ์ของชุมชน ในการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และถ่ายทอดสู่นักท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวมีลักษณะที่สำคัญ คือ การให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติ การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคนในสังคมหรือชุมชน กิจกรรมการท่องเที่ยวที่เน้นการมีส่วนร่วม และการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างนักท่องเที่ยวและเจ้าของทรัพยากรหรือเจ้าบ้าน เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างการเรียนรู้และความเข้าใจผ่านประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอาทิ กิจกรรมการเรียนรู้การสกัดสีจากธรรมชาติ การย้อมสีผ้าจากสีธรรมชาติ การผลิตผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกในการมาเยือนวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้น ดังนั้นนอกจากการศึกษาบริบทของอัตลักษณ์ชุมชนเพื่อนำไปสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว ในการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนของชุมชน หน่วยงานที่เข้าไปสนับสนุนต้องให้ความสำคัญกับมิติต่าง ๆ ที่ช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่ออย่างยั่งยืน โดยการร่วมสร้างแผนงานในการดำเนินงานของกลุ่มทั้งในเรื่องแผนการตลาด การสร้างสื่อการตลาด กิจกรรมเวิร์คชอร์ป การเป็นวิทยากรเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวหรือการมาเยือนของนักท่องเที่ยว สอดคล้องกับแนวคิดของ กันยาพร กุณฑลเสพย์ และคณะ (2564) ได้ทำการวิจัย เรื่อง การพัฒนาศักยภาพหัตถกรรมสิ่งทอเพื่อการใช้ประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นการสร้างศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวทั้งเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต โดยมีพื้นที่ชุมชนบ้านชุมตาบง อำเภอชุมตาบง จังหวัดนครสวรรค์ และชุมชนใบตองแห้ง ตำบลอ่างทอง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ เป็นกลุ่มต้นแบบการดำเนินการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนสามารถเดินต่อไปได้ ในระยะแรกคณะวิจัยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง และช่วยจัดทำแผนงานและพาไปศึกษาดูงาน กลุ่มชุมชนตัวอย่างเพื่อเกิดการสร้างองค์ความรู้และการเกิดแรงบันดาลใจในการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชน และจัดการวางแผนร่วมกับชุมชนโดยคณะผู้วิจัยได้เป็นพี่เลี้ยงในการสร้างชุดกิจกรรม เพื่อถ่ายทอดความรู้และทักษะเพื่อให้ประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการ ทักษะและขั้นตอนกระบวนการของกิจกรรมด้าน เพื่อการสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชนก่อให้เกิดการท่องเที่ยวได้ นอกจากนั้นยังสามารถนำไปต่อยอดในการสร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้เกิดความหลายหลายและเป็นแนวทางเพิ่มรายได้ของชุมชนเพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน
|
| ทฤษฎี สมมุติฐาน กรอบแนวความคิด : | งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสร้างมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยั่งยืน มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างมูลค่าภูมิปัญญาจากสีธรรมชาติบนความหลากหลายทางชีวภาพในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ 2) เพื่อสร้างอัตลักษณ์บนผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และ 3) การพัฒนานิทรรศการดิจิทัลแหล่งเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิวของวนอุทยานถ้ำเพชร - ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ สู่การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีกรอบแนวคิดการวิจัยดังนี้
ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดในการวิจัย
สรุปกรอบแนวความคิด ในงานวิจัย เรื่อง การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสร้างมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยั่งยืน ดังนี้
(1) ศึกษาแนวคิดและทฤษฎี บริบทของพื้นที่ อัตลักษณ์ของชุมชน แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Product) การสกัดสีจากธรรมชาติ การย้อมสีจากสีธรรมชาติ หลักการสร้างนวัตกรรม หลักการออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ การเล่าเรื่องราว (Story telling) การพัฒนานิทรรศการดิจิทัลแหล่งเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิว ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
(2) ศึกษาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ในการผลิตสีธรรมชาติที่สามารถใช้ในการย้อมผ้า โดยมุ่งเน้นที่การศึกษาการสกัดสีย้อมจากพืชในท้องถิ่น การพัฒนากระบวนการผลิตสีธรรมชาติที่มีคุณภาพ กระบวนการย้อมผ้า และการส่งเสริมการใช้สีธรรมชาติในชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าจากความหลากหลายทางชีวภาพ งานวิจัยนี้จะพิจารณาในเชิงวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งการประยุกต์ใช้สารช่วยติดสีและการทดสอบคุณภาพของผ้าสีที่ย้อมด้วยสีจากพืชธรรมชาติ
(3) สร้างอัตลักษณ์บนผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ด้วยการศึกษาบริบทชุมชน ค้นหาอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง เพื่อนำมาสร้างสรรค์เป็นต้นแบบลวดลายที่เป็นอัตลักษณ์ การจัดการชุดองค์ความรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรม ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างสรรค์รูปแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากนวัตกรรม กาวกั้นสีจากธรรมชาติ และ การถ่ายโอนสีจากธรรมชาติ ประเภทผืนผ้า และประเภทสินค้าแปรรูป และการถ่ายทอดนวัตกรรมสู่ชุมชนในรูปแบบของการอบรมเชิงปฏิบัติการ
(4) พัฒนานิทรรศการดิจิทัลแหล่งเรียนรู้ของวนอุทยานถ้ำเพชร - ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ผ่านการเล่าเรื่องราว (Story telling) ด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิว เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเพื่อการยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
(5) พัฒนาแหล่งเรียนรู้และสร้างมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ผ่านการเล่าเรื่องราว (Story telling) ด้วยนิทรรศการดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิว และการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยการจัดกิจกรรมร่วมกับวนอุทยาน เพื่อยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยั่งยืนและเพื่อเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ โดยการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
(6) ถ่ายทอดแหล่งเรียนรู้ชุมชนวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยั่งยืน
(7) ประเมินแหล่งเรียนรู้ชุมชนวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อการยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยั่งยืน
|
| วิธีการดำเนินการวิจัย และสถานที่ทำการทดลอง/เก็บข้อมูล : | 1. การศึกษาบริบทเชิงพื้นที่และรวบรวมข้อมูลอัตลักษณ์ของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง
1.1 ลงศึกษาบริบทพื้นที่วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ทั้งในส่วนศูนย์ การเรียนรู้และในพื้นที่ถ้ำเพชร-ถ้ำทอง ในประเด็นต่าง ๆ อาทิ
(1) การศึกษาอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ เช่น พรรณพืช ทรัพยากรธรรมชาติ ภายในพื้นที่ ภายในถ้ำ
(2) การศึกษาสัญลักษณ์เชิงพื้นที่ เช่น สิ่งก่อสร้าง ตราสัญลักษณ์ เครื่องหมาย เป็นต้น เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการสร้างอัตลักษณ์ของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง
(3) การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของพืชที่สามารถใช้เป็นสีธรรมชาติในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง
(4) การศึกษาข้อมูลจากบุคคล เช่น ผู้ปฏิบัติงาน ผู้เชี่ยวชาญ และปราชญ์ชุมชน ในเชิงประวัติความเป็นมา เรื่องราว เรื่องเล่าขาน จากประสบการณ์ จากหลักฐานที่ปรากฏ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการสร้างอัตลักษณ์ของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง
(5) การสร้างสรรค์ลวดลายอัตลักษณ์ ของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
2. การพัฒนากระบวนการผลิตสีธรรมชาติที่มีคุณภาพ การผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและการพัฒนานิทรรศการดิจิทัลแหล่งเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิวของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
2.1 การสกัดสีย้อมจากทรัพยากรท้องถิ่นร่วมกับการใช้สารติดสีชนิดต่าง ๆ สำหรับการย้อมผ้าและทำการทดสอบคุณภาพ
2.1.1 การสกัดสีย้อมจากทรัพยากรท้องถิ่นร่วมกับการใช้สารติดสีชนิดต่าง ๆ สำหรับการย้อมผ้า
(1) ศึกษาการเตรียมน้ำสีด้วยกระบวนการสกัดที่ส่งผลต่อเฉดสีและการติดสีของผ้า
(2) ศึกษากระบวนการสกัดน้ำสีร่วมกับการเติมสารติดสีจากธรรมชาติที่ส่งผลต่อเฉดสีและการติดสีของผ้า
(3) ศึกษากระบวนการย้อมผ้าด้วยเทคนิคการย้อมร้อน
2.1.2 ทำการทดสอบคุณภาพ
(1) ทดสอบความคงทนของสีต่อแสงและการซัก
(2) วิเคราะห์ค่าการดูดกลืนแสงด้วยเครื่องยูวี วิสิเบิลสเปกโทรโฟโตมิเตอร์
(3) วิเคราะห์หมู่ฟังก์ชันของด้วยเครื่องฟลูเรียร์ ทรานส์ฟอร์ม อินฟราเรด สเปกโทรมิเตอร์
(4) วิเคราะห์ปริมาณเหล็กในดินโคลนด้วยเครื่องอะตอมมิก แอบซอร์พชัน สเปกโตโฟโตมิเตอร์
(5) วิเคราะห์สัณฐานวิทยาของผ้าที่ผ่านการย้อมสีแล้วด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบส่องกราด
2.2 การจัดทำต้นแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
2.2.1 การจัดทำต้นแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยเทคนิคกาวกั้นสีจากธรรมชาติ สร้างสรรค์ลวดลายอัตลักษณ์ลงบนผืนผ้า ด้วยนวัตกรรมกาวกั้นสี จากสูตรกาวที่ประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เป็นเทคนิคคล้ายกับการเขียนเทียนบาติก แต่เป็นการระบายลงในช่องว่างของแพทเทิร์นลวดลายที่สร้างขึ้น เทคนิคนี้สามารถใช้งานได้ทุกช่วงวัย ทดแทนแรงงานที่ต้องใช้ทักษะในการสร้างสรรค์ลวดลาย แก้ปัญหาด้านการขาดทักษะการมัดและการทอ ที่ต้องใช้ทักษะความชำนาญระดับสูง
2.2.2 จัดทำต้นแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นปีกับสิ่งแวดล้อมด้วยเทคนิคการถ่ายโอนสีจากธรรมชาติ (Eco-Print) สร้างสรรค์ลวดลายลงบนผืนผ้า โดยการเลือกวัตถุดิบจากพืชพรรณหรือทรัพยากรธรรมชาติภายในวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง ที่สื่อถึงอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ สัญลักษณ์ ทางธรรมชาติหรือจากเรื่องราวความเป็นมาของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง
2.3 การพัฒนาต้นแบบนิทรรศการดิจิทัลแหล่งเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิว
2.3.1 การออกแบบการเล่าเรื่องราว (Storytelling)
2.3.2 การพัฒนาต้นแบบนิทรรศการดิจิทัลแหล่งเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิว
ที่ใช้วิธีการฉายภาพลงบนวัตถุหรือสถานที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างมิติให้น่าสนใจ ให้มีสีสันชีวิตชีวามากขึ้นและใช้การเล่าเรื่องในการนำเสนอผสมผสานกับเทคโนโลยีความจริงเสมือน (Augmented Reality) ด้วยการใช้ภาพเคลื่อนไหว
3. การถ่ายทอดงานวิจัย
3.1 การถ่ายทอดกระบวนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่ชุมชน ได้แก่ การสร้างคู่มือในการถ่ายทอดกระบวนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่ชุมชน และการถ่ายทอดกระบวนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่ชุมชน ได้แก่
(1) การอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่ชุมชน ด้วยเทคนิคกาวกั้นสีจากธรรมชาติ
(2) การอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่ชุมชน ด้วยการถ่ายโอนสีจากธรรมชาติ ( Eco-Print)
3.2 การถ่ายทอดนิทรรศการดิจิทัลแหล่งเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพบนพื้นผิวของวนอุทยานถ้ำเพชร - ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์
4. ประเมินผลแหล่งเรียนรู้ชุมชนวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยั่งยืน ให้สามารถต่อยอดพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้
5. การเผยแพร่ผลงานวิจัยและการนําไปใช้ประโยชน์
การเผยแพร?ผลงานวิจัย โดยการนำไปใช้ประโยชน์ กับกลุ่มเจ้าหน้าที่ บุคคลากรและยุวมัคคุเทศน์ของวนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง หรือ กลุ่มผู้ประกอบการ หรือ โรงเรียน ครู อาจารย์ นักเรียน หรือผู้ที่สนใจ เพื่อใช้สำหรับการนำเสนอและถ่ายทอดอัตลักษณ์ด้านการแหล่งท่องเที่ยวเพื่อยกระดับชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ให้สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์และผลิตผลิตภัณฑ์ออกสู่ระบบเศรษฐกิจตลาดได้
|
| คำอธิบายโครงการวิจัย (อย่างย่อ) : | - |
| จำนวนเข้าชมโครงการ : | 124 ครั้ง |