| รหัสโครงการ : | R000000665 |
| ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) : | การสร้างสรรค์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์ตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ |
| ชื่อโครงการ (ภาษาอังกฤษ) : | Creation of eco-culture products in Nakhon Sawan Province according to the concept of creative economy |
| คำสำคัญของโครงการ(Keyword) : | การสร้างสรรค์ สินค้าวัฒนธรรม นิเวศศิลป์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ |
| หน่วยงานเจ้าของโครงการ : | คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม > ภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาการออกแบบสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ |
| ลักษณะโครงการวิจัย : | โครงการวิจัยเดี่ยว |
| ลักษณะย่อยโครงการวิจัย : | อยู่ภายใต้แผนงานวิจัย/ชุดโครงการวิจัย |
| ประเภทโครงการ : | โครงการวิจัยใหม่ |
| สถานะของโครงการ : | แผนงานวิจัยหรือชุดโครงการวิจัยและโครงการวิจัยที่เสร็จสิ้นแล้ว |
| งบประมาณที่เสนอขอ : | 65000 |
| งบประมาณทั้งโครงการ : | 65,000.00 บาท |
| วันเริ่มต้นโครงการ : | 17 มกราคม 2565 |
| วันสิ้นสุดโครงการ : | 16 กรกฎาคม 2566 |
| ประเภทของโครงการ : | การวิจัยและพัฒนา |
| กลุ่มสาขาวิชาการ : | มนุษยศาสตร์ |
| สาขาวิชาการ : | สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ |
| กลุ่มวิชาการ : | อื่นๆ |
| ลักษณะโครงการวิจัย : | ไม่ระบุ |
| สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์ : | สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์ |
| สร้างความร่วมมือประหว่างประเทศ GMS : | ไม่สร้างความร่วมมือทางการวิจัยระหว่างประเทศ |
| นำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : | ไม่นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาณภาพการศึกษา |
| เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต : | ไม่เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต |
| ความสำคัญและที่มาของปัญหา : | แผนการพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580 กำหนดวิสัยทัศน์ประเทศไทย
ที่ว่า “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อสนองตอบต่อผลประโยชน์แห่งชาติ โดยกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชาติในองค์รวม ประเด็นยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยง ต่อยอดขยายผลและสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญส่วนหนึ่งในการร่วมเป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก นั่นคือ ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ประกอบกับเป้าหมายและวัตถุประสงค์สำคัญของยุทธศาสตร์ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง แข่งขันได้ มีเสถียรภาพ และมีความยั่งยืน สร้างความเข้มแข็งของฐานการผลิตและบริการเดิมและขยายฐานใหม่โดยการใช้นวัตกรรมที่เข้มข้นมากขึ้น สร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความมั่นคงทางพลังงาน อาหาร และน้ำ และเพื่อรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้สามารถ สนับสนุนการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน โดยมีเป้าหมาย ให้ความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้และความยากจนลดลง และระบบเศรษฐกิจมีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ โดยในยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน มีแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ นั่นคือ การเสริมสร้างและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการ มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมโยงของห่วงโซ่มูลค่าระหว่างภาคเกษตร อุตสาหกรรม บริการ และการค้าการลงทุน เพื่อยกระดับศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ โดยยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารเข้าสู่ระบบมาตรฐาน ต่อยอดความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพปัจจุบันเพื่อยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง วางอนาคตรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรม เสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในเชิงธุรกิจของภาคบริการ ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรมและอำนวยความสะดวกด้านการค้าการ ลงทุน และในยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน แนวทางการพัฒนาสำคัญส่งเสริมการ ผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560 – 2564)
แนวทางการพัฒนาได้ถูกผลักดันให้นำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาระดับท้องถิ่น แผนการพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านการพัฒนาศักยภาพการผลิตทางการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว กำหนดกลยุทธ์ให้มีการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน วิสาหกิจชุมชน และ SME เพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มนำไปสู่การยกระดับเศษฐกิจฐานราก (แผนพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์. 2561-2564 ) นอกจากนี้แผนการพัฒนาดังกล่าวยังสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างสรรค์การวิจัยเชิงพาณิชย์ พัฒนานวัตกรรมและพันธกิจสัมพันธ์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ( แผนปฏิบัติราชการและแผนปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. 2564 ) ที่มุ่งพัฒนาบัณฑิตและบุคลากรควบคู่กับการพัฒนาท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท และจังหวัดอุทัยธานี
ความสำคัญของที่มาดังกล่าว จึงนำมาสู่การดำเนินงาน การสร้างสรรค์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์ตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในภายใต้แผนงาน เรื่อง การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์ตามแนวเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากเสริมพลังท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาบริบทกลุ่มสินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์ประเภทของใช้และของที่ระลึกจากอัตลักษณ์ของจังหวัดนครสวรรค์ และเพื่อประเมินต้นแบบผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค
การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมของสาขาวิชาการออกแบบสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อชุมชนและสังคม โดยกำหนดพื้นที่ในการดำเนินงานเป็นพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ในกลุ่มผู้ประกอบการหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสินค้าเชิงวัฒนธรรม ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากผ้าและเส้นใยย้อมสีธรรมชาติที่เป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และเป็นนโยบายของทุกจังหวัด ที่มีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาและกลุ่มผลิตภัณฑ์จากใบตองแห้ง เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่สร้างสรรค์จากนวัตกรรม และสามารถผลักดันเข้าสู่สินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากฝุ่นไม้และกะลาที่เป็นสินค้าที่แสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์จังหวัดนครสวรรค์ นั่นคือ ผลิตภัณฑ์มังกรปั้นมือจากฝุ่นกะลา และผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญ ที่เป็นผลิตกลุ่มสินค้าที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการแรกของจังหวัดนครสวรรค์ โดยใช้องค์ความรู้แบบนิเวศน์ศิลป์ (Eco Art) ที่เป็นการเชื่อมโยงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โดยนำเอาการออกแบบที่นำทรัพยากรธรรมชาติหรือวัสดุธรรมชาติมาใช้โดยคำนึงถึงการทำให้เกิดมลภาวะกลับเข้าสู่ระบบนิเวศน์น้อยที่สุด (พศุตม์ กรรณรัตนสูตร. 2560) หรือ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ( Green Product ) ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้แก่ชุมชน บนฐานทุนวัฒนธรรมของชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ จากกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
| จุดเด่นของโครงการ : | เป็นโครงการที่เน้นการสร้างสรรค์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์ตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่มีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดนครสวรรค์ ที่สร้างสรรค์จากอัตลักษณ์ของนครสวรรค์ |
| วัตถุประสงค์ของโครงการ : | 1. เพื่อศึกษาบริบทกลุ่มสินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์
2. เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์ประเภทของใช้และของที่ระลึกจากอัตลักษณ์
ของจังหวัดนครสวรรค์
3. เพื่อประเมินต้นแบบผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค |
| ขอบเขตของโครงการ : | การสร้างสรรค์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์ตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (กระบวนการพัฒนาต้นน้ำ) มีขอบเขตในการวิจัย ดังนี้
1. ขอบเขตด้านพื้นที่
การวิจัย เรื่อง การสร้างสรรค์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์ ตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คณะผู้วิจัยได้กำหนดพื้นที่ในจังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วย อำเภอบรรพตพิสัย อำเภอชุมตาบง อำเภอตาคลี และ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
2. ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรและกลุ่มตัวอย่างสำหรับงานวิจัยในครั้งนี้ คณะผู้วิจัยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ประกอบการและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ SME ที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับสินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์ (Eco Art) หรือ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ( Green Product ) ที่เป็นการเชื่อมโยงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โดยนำเอาการออกแบบที่นำทรัพยากรธรรมชาติหรือวัสดุธรรมชาติมาใช้โดยคำนึงถึงการทำให้เกิดมลภาวะกลับเข้าสู่ระบบนิเวศน์น้อยที่สุด ประกอบด้วย
2.1 ผู้ประกอบการ ประเภท ผ้า เส้นใย และสิ่งทอ สีย้อมธรรมชาติ
2.2 ผู้ประกอบการ ประเภท ฝุ่นกะลาและงานไม้
2.3 ผู้ประกอบการ ประเภท เครื่องปั้นดินเผา
3. ขอบเขตด้านการออกแบบและพัฒนา
ขอบเขตด้านการออกแบบและพัฒนา ด้านการสร้างสรรค์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์ตามแนวเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประเภทของใช้และของที่ระลึกจากอัตลักษณ์ของจังหวัดนครสวรรค์ จำแนกตามวัสดุ ได้แก่
3.1 ผลิตภัณฑ์ประเภทผ้า เส้นใย และสิ่งทอ สีย้อมธรรมชาติ เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า หมวก จำนวน 5 ชิ้น
3.2 ผลิตภัณฑ์ประเภทฝุ่นกะลาและงานไม้ เช่น กรอบรูปติดผนังหรือตั้งโชว์ หรือกรอบรูปโคมไฟ จำนวน 5 ชิ้น
3.3 ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องปั้นดินเผา เช่น กระถางต้นไม้ หรือของที่ระลึก จำนวน 5 ชิ้น |
| ผลที่คาดว่าจะได้รับ : | 1. ได้ข้อมูลบริบทกลุ่มสินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่
2. ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์ประเภทของใช้และของที่ระลึกจากอัตลักษณ์ของจังหวัดนครสวรรค์
3. ได้ต้นแบบผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเพื่อพร้อมนําไปต่อยอดเชิงพาณิชย์
4. ได้สร้างเครือข่ายกลุ่มสินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์
5. ได้บูรณาการงานวิจัย บริการวิชาการ กับการเรียนการสอน |
| การทบทวนวรรณกรรม/สารสนเทศ : | กันยาพร กุณฑลเสพย์ และคณะ (2563) ได้ทำการวิจัย เรื่อง การพัฒนาศักยภาพหัตถกรรมสิ่งทอเพื่อการใช้ประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นการสร้างศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวทั้งเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต โดยมีพื้นที่ชุมชนบ้านชุมตาบง อำเภอชุมตาบง จังหวัดนครสวรรค์ และชุมชนใบตองแห้ง ตำบลอ่างทอง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ เป็นกลุ่มต้นแบบการดำเนินการจัดการท่องเที่ยวโดยชมชนสามารถเดินต่อไปได้ ในระยะแรกคณะวิจัยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง และช่วยจัดทำแผนงานและพาไปศึกษาดูงาน กลุ่มชุมชนตัวอย่างเพื่อเกิดการสร้างองค์ความรู้และการเกิดแรงบันดาลใจในการจัดกิจกรรมการ ท่องเที่ยวในชุมชน และจัดการวางแผนร่วมกับชุมชนโดยคณะผู้วิจัยได้เป็นพี่เลี้ยงในการสร้างชุดกิจกรรมเพื่อถ่ายทอดความรู้และทักษะเพื่อให้ประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจใน กระบวนการ ทักษะและขั้นตอนกระบวนการของกิจกรรมด้าน ประกอบด้วย (1) สีธรรมชาติจาก วัตถุดิบท้องถิ่นและสร้างสรรค์ลวดลายด้วยสีย้อมธรรมชาติ (2) งานสิ่งทอการทอด้วยเครื่องทอลายอย่างง่าย และ(3) สิ่งทอการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อการสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน ก่อให้เกิดการท่องเที่ยวได้นอกจากนั้นยังสามารถนำไปต่อยอดในการสร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ของ ชุมชนให้เกิดความหลายหลายและเป็นแนวทางเพิ่มรายได้ของชุมชนอีกทางโดยการเพิ่มศักยภาพของกิจกรรมการท่องเที่ยวของวิสาหกิจชุมชนหรือ OTOP ด้านสิ่งทอเพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์เพื่อเป็นพื้นฐาน สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
กิตติพงษ์ เกียรติวิภาค (2555) ทำการวิจัย เรื่อง การศึกษาและพัฒนาการนำผ้าฝ้ายทอมือ มาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ กรณีศึกษา : กลุ่มหมู่บ้านผ้าฝ้ายทอมือบ้านดอนหลวง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อศึกษาและพัฒนาการนำผ้าฝ้ายทอมือมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมในท้องถิ่นให้มีสินค้ามากขึ้น รายได้เพิ่มขึ้นและได้รูปแบบที่สามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดทางความคิด รวมถึงความร่วมมือกันระหว่างชุมชนในการผลิตชิ้นงาน ผลการวิจัยพบว่า ภาพรวมกลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติเชิงบวกในระดับมากที่สุดต่อผลิตภัณฑ์โดยประเด็นที่กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยสูงที่สุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายทอมือสามารถต่อยอดพัฒนารูปแบบและลวดลายในอนาคตได้ สะท้อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น มีรูปแบบและการประยุกต์ที่สวยงามและเป็นที่ดึงดูดใจ เป็นการใช้เทคนิคภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบเดิมมาใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายทอมือสามารถพัฒนาเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้ และสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์และลักษณะเฉพาะของความเป็นท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน
รจนา จันทราสา และคณะ (2553) ทำการวิจัย เรื่อง การศึกษาและพัฒนาเอกลักษณ์ลวดลายบ้านเชียงเพื่อประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ผ้าแปรรูปเพ้นท์บาติก เพื่อพัฒนารูปแบบเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของที่ระลึกจังหวัดอุดรธานี มีวัตถุประสงค์ในงานวิจัย เพื่อวิเคราะห์เอกลักษณ์ลวดลายบ้านเชียง ในการนามาประยุกต์ร่วมกับผลิตภัณฑ์ผ้าแปรรูปเพ้นท์บาติกได้ เพื่อออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าแปรรูปเพ้นท์บาติกจังหวัดอุดรธานี จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ให้มีความสวยงามเหมาะสมกับเอกลักษณ์ลวดลายบ้านเชียง และเพื่อประเมินผลิตภัณฑ์ผ้าแปรรูปเพ้นท์บาติกที่มีต่อผลิตภัณฑ์หัตถกรรมผ้าที่ออกแบบและพัฒนานาไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ผลการวิจัยพบว่า (1) เอกลักษณ์ลวดลายบ้านเชียง ที่สามารถสื่อถึงเอกลักษณ์บ้านเชียงได้ชัดเจนมากที่สุด คือ ลวดลายขดก้นหอยของบ้านเชียง ผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของที่ระลึกจังหวัดอุดรธานีจากผ้าแปรรูปเพ้นท์บาติกลายบ้านเชียงประเภทชุดผ้าปูที่นอน มากที่สุด รองมาคือ คือ เฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้ และโคมไฟประดับบ้านตามลาดับ (2) ผลการวิเคราะห์การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าแปรรูปโดยผู้เชี่ยวชาญการออกแบบ รูปแบบของชุดผ้าปูที่นอน เก้าอี้ และโคมไฟ ที่ออกแบบและพัฒนานั้นมีความเหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอย เหมาะสมกับวัสดุและกรรมวิธีการผลิต มีความสวยงามและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ อยู่ในระดับมากที่สุด (3) ผลการวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์หัตถกรรมผ้าแปรรูปเพ้นท์บาติก มีความพึงพอใจเก้าอี้นั่งเล่นมากที่สุด รองลงมาคือ ชุดผ้าปูที่นอน และโคมไฟประดับบ้าน ตามลำดับ
รพีพัฒน์ มั่นพรม และคณะ (2564) ทำการวิจัย เรื่อง การสร้างมูลค่าเพิ่มจากศิลปะและวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์กะลาและงานไม้ตำบลพระนอน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของที่ระลึกกะลาและงานไม้ จากเอกลักษณ์ ศิลปะและวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดนครสวรรค์ และส่งเสริมด้านการตลาดบนสื่อออนไลน์ ผลการวิจัย พบว่า การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกของจังหวัดนครสวรรค์ ควรจะเลือกเป็นเอกลักษณ์จากสิ่งก่อสร้างหรือแลนด์มาร์ค เนื่องจากเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ผนวกกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกะลาและงานไม้ ที่มีสินค้าโดดเด่น นั่นคือ แบบจำลองรถตุ๊กตุ๊ก ดังนั้น ควรให้นำเอาเอกลักษณ์จากสิ่งก่อสร้างหรือแลนด์มาร์คออกแบบร่วมกับแบบจำลองรถตุ๊กตุ๊ก ในแนวคิดการใช้แบบจำลองรถตุ๊กตุ๊ก นำเที่ยวไปยังสถานที่สำคัญต่าง ๆ เพื่อเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจังหวัดนครสวรรค์ ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ โดยการสร้างสรรค์รูปแบบบรรจุภัณฑ์เป็นกล่องกระดาษคราฟสีน้ำตาล สื่อถึงผลิตภัณฑ์กะลาและงานไม้ ออกแบบกราฟิกบรรจุภัณฑ์ที่สื่อถึงผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน เพิ่มเติมข้อมูลรายละเอียดที่สำคัญให้ครบถ้วนตามมาตรฐานการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และในส่วนสุดท้ายการพัฒนาด้านการส่งเสริมการตลาด โดยการพัฒนาตลาดออนไลน์ เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและการโฆษณาสินค้า และการประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายให้ดีขึ้น ตลอดทั้งกระบวนการวิจัยได้ทำการบูรณาการกับการเรียนการสอนในศาสตร์สาขาวิชาการออกแบบสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน |
| ทฤษฎี สมมุติฐาน กรอบแนวความคิด : | 1.องค์ความรู้แบบนิเวศน์ศิลป์
การเชื่อมโยงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โดยนำเอาการออกแบบที่นำทรัพยากรธรรมชาติหรือวัสดุธรรมชาติมาใช้โดยคำนึงถึงการทำให้เกิดมลภาวะกลับเข้าสู่ระบบนิเวศน์น้อยที่สุด (พศุตม์ กรรณรัตนสูตร, 2560) และการใช้กระบวนการแปรรูปจากวัสดุเหลือใช้ (upcycling) ที่มีความหมายถึง กระบวนการในการแปลงสภาพของวัสดุหรือสิ่งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อีกแล้ว เพื่อเปลี่ยนให้เป็นวัสดุใหม่หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิมหรือกลายเป็นสิ่งใหม่ที่มีคุณค่าด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่สูงมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนั้นยังเป็นการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่โดยไม่ทำให้คุณภาพและส่วนประกอบของวัสดุลดลงเพื่อการใช้งานครั้งต่อไป (Green Network, 2019) โดยการแปรรูปวัสดุเหลือใช้นั้นยังใช้การออกแบบทางศิลปะแบบนิเวศศิลป์ (Eco-Art) เข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่มีเอกลักษณ์
2.แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) คือ การสร้างมูลค่าสินค้า หรือบริการที่เกิดจากความคิดของมนุษย์ สำหรับสาขาการผลิตที่พัฒนาไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะเรียกว่า“อุตสาหกรรม สร้างสรรค์” (Creative Industry) ซึ่งหมายถึงกลุ่มกิจกรรมการผลิตที่ต้องพึ่งพาความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่ง สำคัญ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” คือแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนพื้นฐานของการใช้องค์ความรู้(Knowledge) การศึกษา (Education) การสร้างสรรค์งาน (Creativity) และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property) ที่เชื่อมโยงกับรากฐานทางวัฒนธรรม การสั่งสมความรู้ทางสังคม และเทคโนโลยี/นวัตกรรมสมัยใหม่
ขอบเขตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของ UNCTAD และของไทย องค์กรความร่วมมือเพื่อการค้าและการพัฒนา UNCTAD (United Nation Conferenceon Tradeand Development) ได้ กำหนดขอบเขตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีรายละเอียดดังนี้
1. ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม (Culture Heritage) อุตสาหกรรมประวัติศาสตร์โบราณคดีประเพณีความเชื่อ และ สภาพทางสังคม มี 2 กลุ่ม คือ
1.1 กลุ่มการแสดงออกทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม (Traditional Cultural Express) เช่น ศิลปะและงานฝีมือ เทศกาล งานและงานฉลอง เป็นต้น
1.2 กลุ่มที่ตั้งทางวัฒนธรรม (Culture Sites) เช่น โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และการแสดงนิทรรศการ เป็นต้น
2. ประเภทศิลปะ (Arts) เป็นกลุ่มสื่อผลิตงานสร้างสรรค์ ที่สื่อสารกับคนกลุ่มใหญ่ มีอีก 2 กลุ่ม คือ
2.1 งานศิลปะ (Visual Arts) เช่น ภาพวาด รูปปั้น ภาพถ่ายและวัตถุโบราณ เป็นต้น
2.2 ศิลปะการแสดง (PerformingArts) เช่นการแสดง ดนตรีการแสดงละคร การเต้นรำ โอเปร่า ละครสัตว์และการ เชิดหุ่นกระบอก เป็นต้น
3. ประเภทสื่อ (Media) เป็นกลุ่มผลิตงานสร้างสรรค์ที่ สื่อสารกับคนกลุ่มใหญ่ มี2 กลุ่ม คือ
3.1 งานสื่อสิ่งพิมพ์ (PublishingandPrintedMedia) เช่น หนังสือ หนังสือพิมพ์และสิ่งตีพิมพ์อื่นๆ
3.2 งานโสตทัศน์ (Audio Visual) เช่น ภาพยนตร์ โทรทัศน์วิทยุและการออกอากาศอื่นๆ
4. ประเภทหน้าที่ (Function Creation) เป็นกลุ่มของ สินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่าง กัน มี 3 กลุ่ม คือ
4.1 กลุ่มออกแบบ (Design) เช่นการออกแบบภายใน กราฟิก แฟชั่น อัญมณีและของเด็กเล่น เป็นต้น
4.2. กลุ่มสื่อสมัยใหม่ (New Media) เช่น ซอฟต์แวร์ วิดีโอเกมส์และเนื้อหาดิจิตอล เป็นต้น
4.3 กลุ่มบริการทางความคิดสร้างสรรค์ (Creative Services) เช่นบริการทางสถาปัตยกรรมโฆษณา วัฒนธรรมและ นันทนาการ งานวิจัยและพัฒนา บริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับดิจิตอล และความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น
3. การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอด้วยเทคนิคมัดย้อมจากสีธรรมชาติในพื้นถิ่น
เนื่องจากสีธรรมชาติมีบทบาทเกี่ยวข้องกับวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์มายาวนาน สีธรรมชาติเป็นสีที่สกัดได้จากวัตถุดิบที่มาจาก พืช สัตว์ และแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากกระบวนการตามธรรมชาติ แหล่งวัตถุดิบของสีธรรมชาติสามารถหาได้จากต้นไม้ ใบไม้ และจากบางส่วนของสัตว์หลายชนิด สามารถให้สีสันตามที่เราต้องการ ตามกระบวนการในงานวิจัย สิ่งทอสร้างสรรค์ด้วยสีย้อมธรรมชาติจากสมุนไพรและเครื่องทอลายของรพีพัฒน์ มั่นพรม (2562) ลักษณะสีที่เกิดจากวัสดุที่เป็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในท้องถิ่น โดยอาศัยภูมิปัญญาด้านสี ด้วยวิธีจากทฤษฎีเส้นตรง (Line Blend) และจากทฤษฎีสามเหลี่ยมด้านเท่า (Triaxle Blend) ตามทฤษฎีในงานวิจัยการสร้างสรรค์สีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ กันยาพร กุณฑลเสพย์ (2560) โดยมีการเลือกวัสดุธรรมชาติที่สามารถหาได้ในท้องถิ่น สามารถจำแนกเป็นชุดกลุ่มสีได้มากมาย เช่น สีจากดินและวัสดุทางธรรมชาติชุมชน สิ่งเหล่านี้ล้วนสามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นชุดสีย้อมผ้า พร้อมทั้งต่อยอดสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดนครสวรรค์ได้ โดยนำกระบวนการจากงานวิจัยการเพิ่มศักยภาพหัตถกรรมสิ่งทอจากอัตลักษณ์จังหวัดนครสวรรค์สู่การส่งเสริมตลาดหัตถกรรมสิ่งทอนาโนของ กันยาพร กุณฑลเสพย์ (2562) มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้
4. ภูมิปัญญาท้องถิ่นงานประดิษฐ์จากกะลา
ผลิตภัณฑ์หรืองานประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว เป็นผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นตำนานของปราชญ์ท้องถิ่น วิถีชีวิตชาวบ้าน ตลอดจนวัฒนธรรมที่ดีงามของการเรียนรู้ เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถพัฒนาสังคมแห่งการเรียนสังคมเอื้ออาทร สังคมภูมิปัญญา
เนื่องจากมนุษย์รู้จักมะพร้าวมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล มะพร้าวเป็นอาหารทำน้ำมัน และทำเป็นเครื่องปรุงอาหารหวานคาวนานาชนิด มะพร้าวจึงเป็นพืชที่มนุษย์ทุกชาติทุกภาษารู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี กะลามะพร้าว ได้รับการประดิษฐ์เป็นจับปิ้งเพื่อห้อยเป็นเครื่องปกปิดอวัยวะเพศของเด็กหญิงตัวน้อยได้อีกอย่างหนึ่งโดยทั่วไปเครื่องปกปิดอวัยวะเพศของเด็กหญิงนั้น ในหมู่ผู้มีฐานะ จะทำด้วยเงินทองหรือนาก แต่ชาวบ้านที่มีความเป็นอยู่ไม่ดีนักก็ใช้จับปิ้งกะลาหรือเรียกว่าปิ้งพลกก็มาก มะพร้าวจึงมีอรรถประโยชน์นานาประการ กะลามะพร้าวนั้นเคยทำเป็นของใช้ประเภท ขันตักน้ำกระบวยตักน้ำ และทำเป็นป้อยตวงข้าวสารสำหรับหุงข้าวกันมานาน เพิ่งจะหายไปเมื่อเร็วๆ นี้ คนบางคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ยามไปกินอาหารในงานต่างก็จะใช้กะลาใหม่ ๆ ใส่อาหารรับประทาน เสร็จแล้วก็โยนทิ้งไปทำนองเดียวกับการใช้ถ้วยชามโฟมในปัจจุบันนี้
ดังนี้จะเห็นว่ามะพร้าวหรือกะลามะพร้าวได้นำมาจัดทำผลิตภัณฑ์หลายชนิด นอกจากทำเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือนแล้ว ยังประดิษฐ์เป็นเครื่องตกแต่งบ้าน เครื่องประดับและเครื่องแต่งกายสุภาพสตรี ออกแบบเป็นกระเป๋าถือ สุภาพสตรี เข็มขัด เข็มกลัดปั่นปักผม สร้อย ที่เด่น ๆ ได้แก่ โคมไฟฟ้าสามขา และตะเกียง เจ้าพายุนักประดิษฐ์ได้คิดค้นผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าวรูปแบบใหม่นานาชนิด ซึ่งได้หลั่งไหลไปสู่ตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศอย่างไม่ขาดสาย (สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง. 2563)
5. เอกลักษณ์นครสวรรค์
เอกลักษณ์ท้องถิ่น เป็นการแสดงลักษณะพิเศษ จากสิ่งที่ปรากฏอย่างเด่นชัดของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ซึ่งมีความโดดเด่นเฉพาะด้าน หรือเฉพาะสังคมที่ไม่เหมือนกับที่อื่น ประมาณได้จากสิ่งที่มีอยู่ทั้งทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม จังหวัดนครสวรรค์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งทางด้านธรรมชาติและทางวัฒนธรรม ตามคำขวัญประจำจังหวัดที่ “เมืองสี่แคว แห่งมังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลาราสเด็ดปากน้ำโพ”
เอกลักษณ์ทางธรรมชาติ เป็นลักษณะทางกายภาพที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ ได้แก่ ต้นน้ำเจ้าพระยา บึงบอระเพ็ด ถ้ำบ่อยา วัดถ้ำพรสวรรค์ วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง น้ำตกแม่เรวา อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ทุ่งหินเทิน เขาพระ เขาหน่อ-เขาแก้ว นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ ต้นเสลา ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครสวรรค์ พบขึ้นในป่าเบญจพรรณโดยทั่วไปของจังหวัดนครสวรรค์ มีสีดอกเป็น สีม่วงขาว เสลามีความหมายว่า “งดงาม โปร่งใส” ซึ่งเป็นมงคลเหมาะสมกับชื่อจังหวัดนครสวรรค์ สัตว์ที่สำคัญ ที่นับเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร เป็นนกจับคอนหนึ่งในสองชนิดของสกุลนกนางแอ่นแม่น้ำในวงศ์นกนางแอ่น พบบริเวณบึงบอระเพ็ดในช่วงฤดูหนาวเพียงแห่งเดียวในโลก แต่อาจสูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 ปลาเสือตอ เป็นปลาที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของจังหวัดนครสวรรค์ เป็นปลาน้ำจืดที่มีรูปร่างสวยงาม เนื้อแน่น รสดี มีลักษณะตัวกลมป้อมเหมือนปลานิล ลำตัวมีเกล็ดที่เด่น คือ ลำตัวสีเหลืองอ่อน มีลายดำพาดขวางลำตัวจาก หัวถึงหาง 6 ลาย กินแมลงและกินสัตว์น้ำจำพวกลูกกุ้ง ลูกปลา เป็นอาหาร เป็นปลาน้ำจืดที่เกิดอยู่ในแม่น้ำน่าน แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยา ชุกชุมมากที่บึงบอระเพ็ด
ทางด้านเอกลักษณ์ทางทางวัฒนธรรมนั้น เนื่องจากจังหวัดนครสวรรค์ ลักษณะของภูมิประเทศเหมาะแก่การทำการเกษตรกรรม อาชีพส่วนใหญ่ของประชากรจึงเป็นเกษตรกรรม นอกจากนี้นครสวรรค์ยังเป็นชุมทางทางน้ำ ใช้เป็นเส้นทางการคมนาคมในอดีต ทำให้เกิดอาชีพรองจากเกษตรกรรม คือ พาณิชยกรรม ทำการค้าขายกันตามริมแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำปิง และแม่น้ำน่าน จากความอุดมสมบูรณ์ จึงมีประชาชนหลายเชื้อชาติพากันอพยพเข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินตั้งแต่อดีต เช่น ชาวจีน ชาวมอญ ชาวอินเดีย และชาวไทยจากภาคอีสาน การเข้ามารวมตัวกันทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมประเพณี ผสมผสาน ภูมิปัญญาพื้นบ้านของกันและกัน จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดที่น่าสนใจ ได้แก่ หัตถกรรมงานช่างฝีมือ งานเครื่องปั้นดินเผา งานแกะสลักงาช้าง การหล่อพระพุทธรูป ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน เต้นกำรำเคียวเป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวบ้าน |
| วิธีการดำเนินการวิจัย และสถานที่ทำการทดลอง/เก็บข้อมูล : | การสร้างสรรค์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์ตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (กระบวนการพัฒนาต้นน้ำ) วิธีการทำการวิจัย ดังนี้
1. การศึกษาบริบทและสร้างเครือข่าย กลุ่มสินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์
โดยการลงพื้นที่และคัดเลือกกลุ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผู้ประกอบการหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสินค้าเชิงวัฒนธรรม ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน ได้แก่
1.1 กลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากผ้าและเส้นใยย้อมสีธรรมชาติที่เป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และเป็นนโยบายของทุกจังหวัดที่มีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย
1.2 กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาและกลุ่มผลิตภัณฑ์จากใบตองแห่ง เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่สร้างสรรค์จากนวัตกรรม และสามารถผลักดันเข้าสูู่สินค้า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้
1.3 กลุ่มผลิตภัณฑ์จากฝุ่นไม้และกะลาที่เป็นสินค้าที่แสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์จังหวัดนครสวรรค์ นั่นคือ ผลิตภัณฑ์มังกรปั้นมือ จากฝุ่นกะลา
1.4 กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญ ที่เป็นผลิตกลุ่มสินค้าที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการแรกของจังหวัดนครสวรรค์
2. การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์ ประเภทของใช้และของที่ระลึกจากอัตลักษณ์ของจังหวัดนครสวรรค์
โดยใช้องค์ความรู้แบบนิเวศน์ศิลป์ (Eco Art) ที่เป็นการเชื่อมโยงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โดยนําเอาการออกแบบที่นําทรัพยากรธรรมชาติหรือวัสดุธรรมชาติมาใช้โดยคํานึงถึงการทําให้เกิดมลภาวะกลับเข้าสู่ระบบนิเวศน์น้อยที่สุด (พศุตม์ กรรณรัตนสูตร. 2560) หรือ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Product) ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าแก่ชุมชน บนฐานทุนวัฒนธรรมของชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ จากกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นนํ้า กลางนํ้า สู่ปลายนํ้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จําแนกตามวัสดุ ได้แก่
2.1 ผลิตภัณฑ์ประเภทผ้า เส้นใย และสิ่งทอ สีย้อมธรรมชาติ เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า หมวก
2.2 ผลิตภัณฑ์ประเภทฝุ่นกะลาและงานไม้ เช่น กรอบรูปติดผนังหรือตั้งโชว์ หรือกรอบรูปโคมไฟ
2.3 ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องปั้นดินเผา เช่น กระถางต้นไม้ หรือของที่ระลึก
3. การประเมินต้นแบบผลิตภัณฑ์ การประเมินต้นแบบผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค
โดยการทําแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อต้นแบบผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์
4 . การเผยแพร่ผลงานวิจัยและการนําไปใช้ประโยชน์
4.1 การเผยแพร่ผลงานวิจัย โดยการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการในกลุ่มวารสาร TCI กลุ่ม 2 หรือ วารสารการวิจัยรับใช้สังคม
4.2 นําผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่ได้จากงานวิจัย จดแจ้งทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ลิขสิทธิ์ หรือ สิทธิบัตร หรือ อนุสิทธิบัตร ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ |
| คำอธิบายโครงการวิจัย (อย่างย่อ) : | การสร้างสรรค์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์ตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาบริบทกลุ่มสินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์จังหวัดนครสวรรค์ 2. เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สินค้าวัฒนธรรมเชิงนิเวศศิลป์ประเภทของใช้และของที่ระลึกจากอัตลักษณ์ ของจังหวัดนครสวรรค์ 3. เพื่อประเมินต้นแบบผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค |
| จำนวนเข้าชมโครงการ : | 136 ครั้ง |