รายละเอียดโครงการวิจัย
กลับไปหน้าโครงการวิจัยทั้งหมด

รหัสโครงการ :R000000661
ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) :การขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 สู่ผู้ประกอบการใหม่ด้วยความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์สมุนไพร
ชื่อโครงการ (ภาษาอังกฤษ) :The Driving of Community Enterprises in Lower Northern 2 to be a Startup with Herbal Product Champion
คำสำคัญของโครงการ(Keyword) :ผลิตภัณฑ์สมุนไพร, Product Champions, กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2
หน่วยงานเจ้าของโครงการ :คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี > ภาควิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาชีววิทยา และเทคโนโลยีชีวภาพ
ลักษณะโครงการวิจัย :โครงการวิจัยเดี่ยว
ลักษณะย่อยโครงการวิจัย :ไม่อยู่ภายใต้แผนงานวิจัย/ชุดโครงการวิจัย
ประเภทโครงการ :โครงการวิจัยใหม่
สถานะของโครงการ :propersal
งบประมาณที่เสนอขอ :1355264
งบประมาณทั้งโครงการ :1,355,264.00 บาท
วันเริ่มต้นโครงการ :19 มกราคม 2565
วันสิ้นสุดโครงการ :30 กันยายน 2566
ประเภทของโครงการ :งานวิจัยประยุกต์
กลุ่มสาขาวิชาการ :เกษตรศาสตร์
สาขาวิชาการ :ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม
กลุ่มวิชาการ :อื่นๆ
ลักษณะโครงการวิจัย :ระดับชาติ
สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์ : สะท้อนถึงการใช้ความรู้เชิงอัตลักษณ์
สร้างความร่วมมือประหว่างประเทศ GMS : ไม่สร้างความร่วมมือทางการวิจัยระหว่างประเทศ
นำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา :นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาณภาพการศึกษา
เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต : เกิดจากความร่วมมือกับภาคการผลิต
ความสำคัญและที่มาของปัญหา : ปัจจุบันความต้องการใช้สมุนไพรในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเนื่องมาจากความสนใจในการดูแลรักษาสุขภาพด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและสมุนไพรสามารถเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคโดยอุตสาหกรรมสมุนไพรได้รับความการคาดการณ์ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและสามารถสร้างความยั่งยืนในฐานะส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้งอุตสาหกรรมที่มี ศักยภาพและกลไกลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต นอกจากนี้ยังเกิดจากการเปลี่ยนแปลงบริบทที่คาดการณ์ว่าจะส่งผลต่อความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ทั้งในส่วนของลักษณะการเจ็บป่วย และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ส่งผลให้มีแนวคิดในการใช้สมุนไพรเพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาโรคและเสริมสร้างสุขภาพ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพ และการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขาภพอีกทางหนึ่งด้วย ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยคือที่สุดแห่งภูมิปัญญาไทย กลายเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ส่งออกสำคัญของประเทศ ด้วยความพร้อมทางด้านต้นทุนการผลิตอันได้แก่ภูมิประเทศ วัตถุดิบ กระบวนการผลิตตามถึงความหลากหลายของรูปแบบผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยและช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2558 นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุกต์ จันทร์โอชา ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาพืชสมุนไพรไทยให้ สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร ตลาดสมุนไพรในโลกมีมูลค่ารวมกันประมาณ 9.18 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยประเทศที่มีมูลค่าทางการตลาดของสมุนไพรที่สูง ได้แก่ ประเทศเยอรมนี ภูมิภาคเอเชีย ประเทศญี่ปุ่น และประเทศฝรั่งเศส สำหรับอัตราการขยายตัวของการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรในแต่ละประเภทอยู่ที่ระหว่างร้อยละ 3-12 ซึ่งกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพมากที่สุดในตลาดสมุนไพรได้แต่ อาหารเสริม (Nutraceuticals) และเวชสำอาง (Cosmeceuticals) นอกจากนี้ประเทศที่กำลังพัฒนาเริ่มมีความตระหนักถึงความสำคัญของการใช้สมุนไพรและยาแผนโบราณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคาดการณ์ว่าตลาดสมุนไพรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นตลาดสมุนไพรที่มีอัตราการขยายตัวที่มากที่สุด โดยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยเป็นประมาณร้อยละ 9.1 ต่อปี ดังเห็นได้จากนโยบายการกำหนดให้การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุก ในการยกระดับของสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน ความตระหนักถึงการดูแลสุขภาพด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติของผู้บริโภคและแนวโน้มในการดูแลสุขภาพความงามที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้อุปสงค์ของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับประเทศไทยพืชสมุนไพรที่ชุมชนรู้จักสรรพคุณและนำมาใช้ประโยชน์ ประมาณ 1,800 ชนิดและ 300 ชนิดที่เป็นวัตถุดิบสมุนไพรที่หมุนเวียนในท้องตลาดซึ่งมีความต้องการ แต่อย่างไรก็ตาม การบริหารการจัดการสมุนไพรที่ไม่เป็นระบบที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบหลายชนิดคุณภาพวัตถุดิบไม่ผ่านมาตรฐานและปัญหาด้านการกำหนดมาตรฐานคุณภาพวัตถุดิบ ขณะที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสมุนไพรส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกาลางและขนาดเล็กที่มีความสามารถในการแข่งขันน้อย ทำให้สัดส่วนสถานประกอบการผลิตสมุนไพรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตต่อทั้งหมดนั้นน้อยมา (ร้อยละ 4.47) จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมให้ได้รับรองมาตรฐานการผลิต รวมถึงให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนเพื่อให้เกิดศักยภาพตามกำหนด ด้านตลาดสมุนไพรไทยพบว่า มีปัญหาจากความท้าทายจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและข้อตกลงทางการค้าที่เป็นอุปสรรคต่อการผลิต และจำหน่ายสินค้า ด้านการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรพบว่ายังค่อนข้างกระจัดกระจาย และไม่เพียงพอต่อการรับรองรับการพัฒนาสมุนไพรของประเทศ รวมทั้งการจัดการสรรงบประมาณและทรัพยากรในการส่งเสริมสมุนไพรไทยที่ผ่านมาไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ทำให้การพัฒนาสมุนไพรที่เกิดขึ้นไม่สามารถนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์อย่างที่ตั้งใจได้ นอกจากนี้แม้ว่าสมุนไพรจะเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง และผู้เกี่ยวข้องในเชิงนโยบายในหลายระดับได้ให้ความสำคัญ แต่การดำเนินการที่ผ่านมายังมีลักษณะแบบชั่วคราว ไม่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและถาวรเกิดการดำเนินการซ้ำซ้อน ตลอดจนเกิดอุปสรรคจากการกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทำให้การพัฒนาสมุนไพรที่ผ่านมาไม่สามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ ด้วยสาเหตุข้างต้นดังกล่าว รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวช้องได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาสมุนไพรไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาและทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ จึงกำหนดให้มีการจัดทำแผนการพัฒนาที่เป็นระบบอย่างยั่งยืนขึ้น โดยคณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการดำเนินยกร่างแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย พ.ศ. 2560-2564 แผนแม่บทฉบับนี้นอกจากจะมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและรักษาภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าที่เกี่ยวกับสมุนไพรไทยแล้ว ยังมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการผลิตและใช้ประโยชน์สมุนไพรไทยอย่างมีคุณภาพ เต็มประสิทธิภาพและครบวงจรซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นคง และ ยั่งยืนของสมุนไพรไทยและการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของไทย แผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560-2564 ประกอบด้วยวิสัยทัศน์ พันธกิจเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ มาตรการ และแผนงานต่างๆ ที่ครอบคลุมการพัฒนาสมุนไพรไทยตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อให้ใน 5 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน และมูลค่าของวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ สมันไพรภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่าง 1 เท่าตัว การส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสมุนไพรไทยในตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ นอกจาส่วนราชการแล้ว องค์การเอกชนและชุมชนมีบทบาทอย่างสูงในการสนับสนุนให้เกิดการผลิตสมุนไพรที่ได้รับมาตรฐานที่มีคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้สมุนไพร กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประกอบด้วย จังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร และ อุทัยธานี มีความโดดเด่นทางด้านภูมิศาสตร์ โดยพื้นที่มีความหมายหลากหลายของชนิดและสายพันธุ์พืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชสมุนไพร และมีการรวมกลุ่มของชุมชนในรูปแบบวิสาหกิจ ด้วยเหตุนี้จึงมีความเป็นไปได้ของกระบวนการทำงาน และกลไกลที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและการแก้ไขปัญหาของประชาชนไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ยึดพื้นที่เป็นตัวตั้งและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลไกลบริหารจัดการเชิงพื้นที่ และขับเคลื่อนประเด็นการพัฒนาที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ให้เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง หนึ่งในการพัฒนาประกอบด้วยการส่งเสริมการแปรรูป การตลาด และการกระจายสินค้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านสมุนไพรเพื่อให้เกิดทิศทางที่ชัดเจนในการวางแผนพัฒนาสมุนไพรให้ครบวงจรในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ออกสู่ตลาดสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ และขับเคลื่อนการพัฒนาสมุนไพร Product Champion ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของยุทธศาสตร์ชาติในการสร้างความเข้มแข็งของการบริหาร และนโยบายภาครัฐ เพื่อการขับเคลื่อนสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืน การส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน (Community Enterprise) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ให้เป็น Smart วิสาหกิจชุมชน โดยใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งวิสาหกิจชุมชนจำนวนหนึ่งอยู่ในระดับที่ไม่พร้อมจะเข้ามาแข่งทางการค้า ให้ได้รับการส่งเสริมความรู้ในรูปแบบสตาร์ทอัพ (Startup) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำธุรกิจที่มีการใช้เทคโนโลยีและมีการสร้างนวัตกรรมเป็นของตัวเอง โดยอาศัยบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญทางด้านดิจิทัล ความสำคัญของสตาร์อัพ คือ “Repeatable” (การทำซ้ำ) และ “Scalable” (การขยายขนาด) ทั้งการทำซ้ำและการขยายขนาด เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้สตาร์ทอัพมีความแตกต่างจากธุรกิจแบบ SMEs อย่างชัดเจน ปัจจุบันสตาร์ทอัพ ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกข้อดีของสตาร์ทอัพ คือ สามารถสร้างสภาวะของการทำซ้ำ ซึ่งจะส่งผลให้สินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือ การบริการ มีมาตรฐานเดียวกัน และ สตาร์ทอัพสามารถขยายขนาดการให้บริการออกไปอย่างรวดเร็ว ถือเป็นการเพิ่มจำนวนลูกค้าแบบทวีคูณกัน และสตาร์ทอัพในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทสำหรับประเภทของเทคโนโลยีที่นำมาใช้กับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ได้แก่ Agriculture Technology (Agri Tech) เทคโนโลยีด้านการเกษตร Food Technology (Food Tech) เทคโนโลยีด้านอาหาร Health Technology (Health Tech) เทคโนโลยีด้านสุขภาพ เป็นต้น การพัฒนาและบ่มเพาะ Smart สตาร์ทอัพท้องถิ่น จัดเป็นสตาร์ทอัพที่ส่งเสริมให้ท้องถิ่นหรือผู้ประกอบการในระดับท้องถิ่นได้พัฒนาและยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สมุนไพรในการทำธุรกิจที่เปลี่ยนจากการทำธุรกิจในรูปแบบดั้งเดิมมาเป็นการทำธุรกิจในรูปแบบของการสร้างนวัตกรรมใหม่ เมื่อสตาร์ท้องถิ่นประสบความสำเร็จในประเทศไทยอย่างยั่งยืนแล้วย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมก้าวไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงขึ้นตามไปด้วย
จุดเด่นของโครงการ :จากการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวแทนของวิสาหกิจในแต่ละจังหวัด ทำการคัดเลือกผลิตภัณฑ์เป็น Product Champions ของแต่ละจังหวัด ดังนี้ 1. จังหวัดนครสวรรค์: วิสาหกิจชุมชนยาสีฟันสมุนไพรเอนไซม์เฮิร์บบุปผาวัน ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น Product Champions คือ ผลิตภัณฑ์คอมบูชาจากรากบัว 2. จังหวัดอุทัยธานี: วิสาหกิจชุมชนพรหมมาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น Product Champions คือ ผลิตภัณฑ์ 2in1 สครับ 3. จังหวัดพิจิตร: วิสาหกิจชุมชนวาเบลล์ล่าซ์ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น Product Champions คือ ผลิตภัณฑ์สเปย์สมุนไพรกระดูกไก่ดำ 4. จังหวัดกำแพงเพชร: สมุนไพรพญาไพร ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น Product Champions คือ ผลิตภัณฑ์ Banana Lip Balm
วัตถุประสงค์ของโครงการ :1. เพื่อบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร เข้าสู่ Startup 2. เพื่อยกระดับความสามารถของธุรกิจจากผลิตภัณฑ์สมุนไพรท้องถิ่นที่มีศักยภาพสู่ Product Champion 3. เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพรท้องถิ่นเข้าสู่ Supply Chain ของธุรกิจขนาดใหญ่ 4. เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรพืชสมุนไพรท้องถิ่นและเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการของตลาด 5. เพื่อเพิ่มรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ให้แก่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ที่มีผลิตภัณฑ์สมุนไพร Product Champion
ขอบเขตของโครงการ :รายงานวิจัยฉบับนี้เป็นโครงการงานวิจัยที่มุ่งเป้าบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร ในพื้นที่ 4 จังหวัด โดยมีขอบเขตของการศึกษาวิจัย ดังนี้ 1) ขอบเขตพื้นที่ แบ่งออกเป็น 4 จังหวัด ได้แก่ - จังหวัดนครสวรรค์ - จังหวัดอุทัยธานี - จังหวัดพิจิตร - จังหวัดกำแพงเพชร 2) ขอบเขตประชากร ได้แก่ - วิสาหกิจชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ - วิสาหกิจชุมชนจังหวัดอุทัยธานี - วิสาหกิจชุมชนจังหวัดพิจิตร - วิสาหกิจชุมชนจังหวัดกำแพงเพชร 3) ขอบเขตด้านระยะเวลา ใช้เวลาในการดำเนินโครงการ 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 4) ขอบเขตด้านเนื้อหาและกิจกรรม เป็นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรของวิสาหกิจกลุ่มชุมชนจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 และการต่อยอด เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มชุมชนจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เพื่อพัฒนาสู่การคัดเลือก Product Champion
ผลที่คาดว่าจะได้รับ :1 เกิดการบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร เข้าสู่ Startup 2. เกิดการยกระดับความสามารถของธุรกิจจากผลิตภัณฑ์สมุนไพรท้องถิ่นที่มีศักยภาพสู่ Product Champion 3. เกิดการสร้างเครือข่ายธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพรท้องถิ่นเข้าสู่ Supply Chain ของธุรกิจขนาดใหญ่ 4. เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรพืชสมุนไพรท้องถิ่นและเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการของตลาด 5. รายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ให้แก่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ที่มีผลิตภัณฑ์สมุนไพร Product Champion
การทบทวนวรรณกรรม/สารสนเทศ :ทฤษฎีสมุนไพรและสรรพคุณสมุนไพร คำว่า “สมุนไพร” หมายความว่า ยาที่ได้มาจากพืช สัตว์ แร่ธาตุจากธรรมชาติที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างภายใน สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่าง ๆ และบำรุงร่างกายได้ ประเภทของสมุนไพร สมุนไพรที่ได้จากส่วนของพืชโดยตรง (พืชวัตถุ) โดยส่วนต่าง ๆ ที่นำมานั้นมีสารที่สามารถใช้เป็นยาได้ ได้แก่ ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ด เปลือกเมล็ด รากหรือหัว ต้น แก่น กระพี้ เนื้อไม้ เปลือกไม้ สมุนไพรที่ได้จากอวัยวะของสัตว์ (สัตว์วัตถุ) ได้แก่ ตับ ดี นอ เขา เอ็น เลือด น้ำมัน มูล ฯลฯ เช่น ขี้ผึ้ง รังนก น้ำมันตับปลา สมุนไพรที่ได้จากแร่โดยธรรมชาติหรือสิ่งที่ประกอบขึ้นจากแร่ธาตุต่าง ๆ ตามกรรมวิธี (ธาตุวัตถุ) นำมาใช้เป็นยา เช่น เกลือ กำมะถัน น้ำประสานทอง ดีเกลือ สารส้ม (คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี, 2561) สมุนไพร (Herb) เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีประวัติควบคู่กันมากับชีวิตของมวลมนุษยชาติมาช้านาน ตั้งแต่ครั้งสมัยดึกดำบรรพ์ มนุษย์รู้จักใช้ประโยชน์ของสมุนไพรในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งความรู้และประสบการณ์ในการรักษาโรคนี้ ได้รับการบอกเล่าสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนอีกรุ่นหนึ่ง จนเกิดเป็นยาสมุนไพรใช้รักษาโรคต่าง ๆ และในหลากหลายประเทศ จึงถือได้ว่าสมุนไพรมีความหมายต่อชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะในมิติด้านสุขภาพ อันหมายรวมถึงการส่งเสริมสุขภาพและการรักษาโรค (รุจิจันทร์, 2554) พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 4 ได้ให้ความหมาย สมุนไพร ไว้ว่า ยาที่ได้จากพฤกษชาติ สัตว์ หรือแร่ ซึ่งมิได้ผสม ปรุง หรือแปรสภาพ (บุญศรี นุเกตุและคณะ, 2551: 7) การนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ อาจใช้ได้ทั้งที่อยู่ในสภาพสดหรือแห้ง ซึ่งมี 3 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 ใช้เป็นอาหาร เช่น ผักพื้นบ้าน และอาหารสมุนไพรต่าง ๆ แนวทางที่ 2 ใช้เป็นยา เช่น ใบมะขามแขกใช้กินเป็นยาระบาย แนวทางที่ 3 ใช้ประโยชน์อื่น ๆ เช่น ผลมะกรูดใช้สระผม ตะไคร้หอมใช้ไล่ยุง การนำสมุนไพรมาใช้เป็นยาควรคำนึงถึงธรรมชาติของสมุนไพรแต่ละชนิดพันธุ์สมุนไพร สภาวะแวดล้อมในการปลูก ฤดูกาล และช่วงเวลาที่เก็บสมุนไพร ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้กำหนดคุณภาพสมุนไพร โดยสมุนไพรแต่ละชนิดประกอบด้วยสารเคมีหลายอย่างโดยแบ่งสารเคมีในสมุนไพร ที่ใช้เป็นตัวกำหนดสรรพคุณยาสมุนไพรออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 7 กลุ่ม ดังนี้ (กลุ่มงานพัฒนาวิชาการแพทย์แผนไทย สถาบันการแพทย์แผนไทย, 2547: 164) กลุ่มที่ 1 คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates) เช่น แป้ง น้ำตาล วุ้น น้ำผึ้ง เป็นต้น กลุ่มที่ 2 ไขมัน (Lipids) เช่น น้ำมันละหุ่ง น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น กลุ่มที่ 3 น้ำมันหอมระเหย (Volatile Oil หรือ Essential Oil) พืชสมุนไพร ที่มีน้ำมันหอมระเหย คือ กระเทียม ขิง ขมิ้น ไพล ตะไคร้ กานพลู อบเชย เป็นต้น กลุ่มที่ 4 เรซินและบาลซัม (Rasins and Balsums) เช่น ชันสน กำยาน เป็นต้น กลุ่มที่ 5 แอลคาลอยด์ (Alkaloids) พืชสมุนไพรที่มีแอลคาลอยด์เป็นส่วนมาก คือ หมาก ลำโพง ซิงโคนา ดองดึง ระย่อม ยาสูบ กลอย ฝิ่น แสลงใจ เป็นต้น กลุ่มที่ 6 ไกลโคไซด์ (Glycosides) เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่เกิดจาก agycone (หรือ genin) จับกับส่วนที่เป็นน้ำตาล (glycone part) ละลายน้ำได้ดี โครงสร้างของ Agycone มีความแตกต่างกันหลายแบบทำให้ประเภทและสรรพคุณทางเภสัชวิทยาของไกลโคไซด์มีหลายชนิด อาจใช้เป็นยาที่มีประโยชน์หรือเป็นสารพิษที่มีโทษต่อร่างกาย กลุ่มที่ 7 แทนนิน (Tannins) เป็นสารที่พบได้ในพืชหลายชนิด มีโมเลกุลใหญ่และโครงสร้างซับซ้อน มีสถานะเป็นกรดอ่อน รสฝาด แทนนินถูกใช้เป็นยาฝาดสมาน ยาแก้ท้องเสีย ช่วยรักษาแผลไฟไหม้ และใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง กรณีที่รับประทานแทนนินเป็นประจำอาจเกิดมะเร็งได้ สมุนไพรที่มี แทนนิน คือ เปลือกทับทิม เปลือกอบเชย ใบฝรั่ง ใบ/เปลือกสีเสียด ใบชา เป็นต้น นอกจากสารเคมีทั้ง 7 กลุ่มดังกล่าว ในพืชสมุนไพรยังมีสารประกอบอีกหลายชนิด เช่น ไขมัน สเตียรอยด์ (steroid) เป็นต้น ซึ่งสารเหล่านี้บางชนิดก็มีสรรพคุณทางยาเช่นกัน 2.3 แนวคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ความหมายของผลิตภัณฑ์สมุนไพร หมายถึง การนำพืชสมุนไพรมาแปรรูปตามหลักการการแปรรูปผลิตภัณฑ์ โดยการนำส่วนของพืชสมุนไพรมาผสมปรุงหรือแปรสภาพอื่นๆ เช่น บดละเอียด โดยการเปลี่ยนแปลง สถานะของสมุนไพร ให้แตกต่างไปจากเดิม เพื่อประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งพืชสมุนไพรมี หลายชนิด และมีสรรพคุณทางยาเพื่อการรักษา บำบัด บรรเทา หรือป้องกันโรค ความเจ็บป่วย ที่เกิดจาก พืช สัตว์จุลชีพหรือธาตุวัตถุที่มีความแตกต่างกันของรูป รส กลิ่น สี ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญ เพื่อให้การแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีคุณภาพดี ตลอดจนการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณค่าใกล้เคียง ผลิตภัณฑ์เดิมมากที่สุด เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางประเภทไม่สามารถคงสภาพอยู่ได้นาน การแปรรูปซึ่งคงไว้ คุณค่า และสรรพคุณที่ดีของพืชสมุนไพรไว้ (กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข, 2559) ความสำคัญของผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อรักษาคุณภาพและประโยชน์ของสมุนไพร โดยปกติคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สมุนไพรมีความแปรผันกับเวลา คือ คุณภาพของผลิตภัณฑ์จะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาเพิ่มมากขึ้น การแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรแห้ง มีน้ำหนักเบา ป้องกันอาหารจากการเสื่อมสภาพจากสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ดี อาหารสดที่ยังไม่ได้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นคงสภาพอยู่ได้นาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตที่อยู่ห่างไกลจากผู้บริโภค นากจากนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรยังเพื่อเปลี่ยนลักษณะของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมในเชิงการค้า หรือการนำไปใช้ประโยชน์ใน ด้านอื่นๆ เช่น การแปรรูปเพื่อให้สามารถใช้ได้ง่ายขึ้น หรือสามารถรับประทานง่ายขึ้น และยังเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น (ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน, 2556) ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ (2541) ได้ให้ความหมายว่า ผลิตภัณฑ์ เป็นสิ่งที่ผู้ขาย เสนอขายต่อตลาดเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจอยากได้เป็นเจ้าของ และซื้อมาเพื่ออุปโภคบริโภคอัน เป็นการตอบสนองความต้องการ คำว่า ผลิตภัณฑ์ ไม่ได้มีความหมายจำกัดเพียงวัตถุที่มีรูปร่างจับต้อง ได้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงผลิตภัณฑ์บริการ สถานที่องค์กรหรือบุคคลและความคิด ผลิตภัณฑ์ต้องมี 9 อรรถประโยชน์ (Utility) มีมูลค่า (Value) ในสายตาของลูกค้า จึงจะมีผลทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถขาย ได้ การกำหนดลูกค้ากลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่ต้องพยายามคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ 1. ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ (Product Differentiation) 2. พิจารณาจากองค์ประกอบ (คุณสมบัติ) ของผลิตภัณฑ์ (Product Component) เช่น ประโยชน์พื้นฐาน รูปร่างลักษณะคุณภาพ การบรรจุภัณฑ์ ตราผลิตภัณฑ์ ฯลฯ 3. การกำหนดตำแหน่ง (Product Positioning) เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพื่อ แสดงตำแหน่งที่แตกต่างและมีคุณค่าในจิตใจของลูกค้าเป้าหมาย 4. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีลักษณะใหม่และ ปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งต้องคำนึกถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น 5. กลยุทธ์เกี่ยวกับส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix) และสายผลิตภัณฑ์ (Product Line) 2.4 แนวคิดด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ใหม่เป็น ผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่กิจการนำเสนอต่อตลาดแล้วทำให้ตลาดมีโอกาสเลือกเพิ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์ใหม่อาจเป็น ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่เคยมีผู้ผลิตมาก่อน เริ่มมีผู้ผลิตรายแรกของโลกจัดเป็นนวัตกรรม (Innovation) หรืออาจเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของกิจการที่เพิ่งนำออกจำหน่ายเป็นครั้งแรก หรืออาจดัดแปลงปรับปรุง จากผลิตภัณฑ์ที่เคยจำหน่ายอยู่เดิม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่มีเหตุผลและความสำคัญ ดังนี้ 1. เพื่อรักษาสถานภาพการแข่งขัน ปัจจุบันสถานการณ์การแข่งขันในตลาดธุรกิจมีความ รุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกสู่ตลาด ซึ่งส่งผลต่อส่วนแบ่ง ทางการตลาดที่ถูกช่วงชิงไป การออกผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดจะช่วยรักษาฐานการแข่งขันและส่วนแบ่ง ตลาดไว้ได้ 2. เพื่อทดแทนผลิตภัณฑ์เดิม วัฏจักรวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปจะมีช่วงเวลาที่สั้น เมื่อ ผลิตภัณฑ์เริ่มเข้าสู่ช่วงท้ายของวงจรชีวิต หมายความว่า ผลิตภัณฑ์นั้นไม่ก่อประโยชน์หรือมียอดขาย ที่ตกลงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาดเพื่อทดแทนผลิตภัณฑ์เก่าจะช่วยรักษาชื่อเสียงของบริษัท ทดแทนปริมาณขายกำไรของผลิตภัณฑ์เดิมและสามารถนำทรัพยากรจากผลิตภัณฑ์เดิมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ 3. เพื่อใช้สมรรถนะส่วนเกินให้เกิดประโยชน์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อใช้สมรรถนะทาง การตลาด การขาย และการผลิตที่เหลือให้เกิดประโยชน์ เหตุผลสำคัญ คือ การกระจายต้นทุนคงที่ไป ยังจำนวนผลิตที่มากขึ้น เพื่อให้ต้นทุนรวมต่อหน่วยทั้งผลิตภัณฑ์เดิม และผลิตภัณฑ์ใหม่ลดลงมาก พอที่จะเสนอราคาขายที่ต่ำกว่าคู่แข่งและมีกำไรที่มากขึ้น 4. เพื่อลดการเสี่ยงภัย เช่น ผลิตภัณฑ์ล้าสมัย ลูกค้าเสื่อมความนิยม ปริมาณขายไม่มากพอ กิจการมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายในตลาดน้อย เป็นต้น สภาวการณ์เหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดภาวะขาดทุนการ เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความแปลกใหม่ การเพิ่มปริมาณการขายให้ครอบคลุมตลาด ย่อมช่วยกระจายความ เสี่ยงภัยจากความผันผวนในตลาดที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 5. เพื่อการใช้ผลพลอยได้ให้เกิดประโยชน์ สินค้าใหม่ที่พัฒนาจากผลพลอยได้หรือของที่ทิ้ง แล้วในธุรกิจ อาจนำมาซึ่งยอดขายหรือกำไรที่เพิ่มขึ้น 6. เพื่อโอกาสใหม่ จากการที่ธุรกิจเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด อาจทำให้เกิดความ ต้องการผลิตภัณฑ์จากผู้บริโภค จนกิจการสามารถผลิตและดำเนินงานการตลาด และความต้องการ เช่นนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ธุรกิจจะเข้าไปตอบสนองความต้องการด้วยผลิตภัณฑ์ของตนเอง นำมาซึ่งกำไรและส่วนครองตลาดที่มากขึ้น (สุดาดวง เรืองรุจิระ, 2538)
ทฤษฎี สมมุติฐาน กรอบแนวความคิด :แนวคิด ทฤษฎี และสมมติฐานงานวิจัย จากแนวคิดการสร้างผู้ประกอบการใหม่ (Startup) ขั้นตอนที่เริ่มขึ้นจากคณะผู้วิจัยแบ่งทีมที่ประกอบด้วยความหลากหลายของสาขาอาชีพ และความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์พืชสมุนไพร รวมถึงการใช้วัตถุดิบพืชสมุนไพรเป็นนวัตกรมมผลิตภัณฑ์ ซึ่งลักษณะการทำงานของทีมเรียกว่า “Mentor” โดย Mentor แต่ละทีมจะเข้าไปในพื้นที่ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เพื่อทำการเก็บรวบรวยข้อมูลและคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือมีแนวคิดในการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมันไพร เข้าร่วมโครงการ ขั้นตอนการคัดเลือก ได้แก่ การสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสมุนไพร เมื่อวิสาหกิจได้รับการพิจารณาให้เข้าร่วมโครงการ ขั้นตอนจากนี้จะเป็นกระบวนการบ่มเพราะ ซึ่งทุกขึ้นตอนจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแล และติดตามของ Mentor วิสาหกิจในแต่ละจังหวัด ซึ่งเริ่มตั้งแต่การเตรียมความพร้อมในการประกอบธุรกิจ (Pre-Incubation) เพื่อดำเนินการต่อเนื่องพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรในระดับต่อไป (Incubation) ในการสร้างศักยภาพในการประกอบธุรกิจ (Startup) จนกระทั้งสามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยตนเอง (Spin-off company/Graduate) เพื่อเข้าสู้ Supply Chain ในขั้นตอนสุดท้าย
วิธีการดำเนินการวิจัย และสถานที่ทำการทดลอง/เก็บข้อมูล :โครงการวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในท้องถิ่นที่มีความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชสมุนไพร ซึ่งช่วยพัฒนาชีวิตและยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดีขึ้นโดยการประยุกต์ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบพืชสมุนไพรท้องถิ่น โดยการวิจัยตามวิธีการดำเนินงาน ดังนี้ 1. กิจกรรมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่ Startup ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระยะ Pre-Incubation ประกอบด้วย 1.1 การศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกวิสาหกิจชุมชนพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 และ 1.2 การจัดจำแนก วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 2. กิจกรรมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เพื่อพัฒนาสู่การคัดเลือก Product Champion ในระยะ incubation ประกอบด้วย 2.1 การวิจัยและพัฒนา ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของวิสาหกิจกลุ่มชุมชนจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 และ 2.2 การต่อยอด และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มชุมชนจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 3. กิจกรรมการคัดเลือกผลิตภัณฑ์สมุนไพร Product Champion “Champ of the Champ” และการสร้างเครือข่ายธุรกิจวิสาหกิจชุมชนที่ทีศักยภาพ Supply Chain ประกอบด้วย 3.1 การคัดเลือก ผลิตภัณฑ์สมุนไพร Product Champion รอบ “Champ of the Champ” และ 3.2 การจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจวิสาหกิจชุมชนสู่ Supply Chain 3.1 กิจกรรมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่ Startup ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรในระยะ Pre-incubation การศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกวิสาหกิจชุมชนพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 และการจัดจำแนก วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ได้มีการสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากวิสาหกิจชุมชนหรือผู้ประกอบการ จำนวน 20 ผลิตภัณฑ์ต่อจังหวัด เพื่อมาคัดเลือกผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่สามารถพัฒนาต่อยอดต่อไปได้ โดยนักวิจัยและที่ปรึกษาโครงการ จากนั้น คณะผู้วิจัยแบ่งทีมเข้าลงพื้นที่ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประกอบด้วย จังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี เพื่อทำการเก็บรวบรวมข้อมูลและคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือมีแนวคิดในการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร 3.2 กิจกรรมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เพื่อพัฒนาสู่การคัดเลือก Product Champion ในระยะ incubation การวิจัยและพัฒนา ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของวิสาหกิจกลุ่มชุมชนจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2
คำอธิบายโครงการวิจัย (อย่างย่อ) :งานวิจัยการการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 สู่ผู้ประกอบการใหม่ด้วยความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์สมุนไพร เป็นโครงการเพื่อบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร Product Champion ผลจากงานวิจัย พบว่า จำนวนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกให้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งสิ้นจำนวน 16 วิสาหกิจ (16 ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ) ผลิตภัณฑ์สมุนไพร Product Champions ต้นแบบ ดังกล่าว สมารถนำไปสู่การผลิตและจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ อันจะนำมาซึ่งการยกระดับมาตรฐานขอผลิตภัณฑ์สมุนไพร สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับวิสาหกิจชุมชนในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ต่อไป
จำนวนเข้าชมโครงการ :102 ครั้ง
รายชื่อนักวิจัยในโครงการ
ชื่อนักวิจัยประเภทนักวิจัยบทบาทหน้าที่นักวิจัยสัดส่วนปริมาณงาน(%)
นายทะเนตร อุฤทธิ์ บุคลากรภายในมหาวิทยาลัยหัวหน้าโครงการวิจัย40

กลับไปหน้าโครงการวิจัยทั้งหมด